Skip to main content
  ค้นหา:
Join:

KBeautifullife > Travel > แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
 
ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ. เมือง จ. เชียงราย
Share | |

 
 

ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ. เมือง จ. เชียงราย

"อาตมาก็เป็นคนหนีกรุง" พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี



ไถหว่านผ่านพื้นแผ่นดินใจ เสาะแสวงสินไสว

เศกสวรรค์เย็นยังหยดยังยงอยู่ยังรู้ทัน เชิญตะวันสาดแสงสู่ผู้มาเยือน

ณ ลานจอดรถมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ผมมองเห็นบทกวีด้านบนเขียนลงแผ่นป้ายติดไว้ที่ริมรั้ว

    รู้สึกตัวอีกที ก็อยู่ท่ามกลางขุนเขาแมกไม้ใต้ผืนฟ้ากว้าง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ เพียงก้าวแรกที่ผมเดินไปตามทางโรยกรวดเล็ก ๆ ขวามือผมมองเห็นถนนกวีนิพนธ์มรรคาที่ปลายทางเป็นปริศนาธรรมยากแก่การตีความ ระหว่างครุ่นคิดหาความหมาย สองเท้าก็พาตัวเองก้าวเข้าสู่ห้องสมุดโพธิ์ปัญญา เสียงเพลงธรรมะกล่อมใจให้รู้สึกสงบเย็น ยังไม่ทันที่จะวางกระเป๋ากล้องหาที่เหมาะ ๆ นั่งก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง

“มาแล้วหรือ ?”

ผมหันไปยังเสียงที่มา…จากนั้นก็ก้มลงกราบเบญจางคประดิษฐ์

…………………………………………………

    เคยถามตัวเองไหมครับว่าชีวิตของเราจะต้องวนเวียนอยู่กับงาน งาน และงาน ไปอีกนานเท่าไรกว่าจะได้ทำอะไร ๆ อย่างที่ใจฝัน หรืออย่างน้อยให้ตัวเองได้มีโอกาสหยุดพักทบทวนชีวิตเงียบ ๆ สักครั้ง

วันนี้ผมอาจจะทำให้ใครหลายคนอยากหยุดพักจริง ๆ บ้าง เมื่อได้อ่านบรรทัดถัดไป…

    คอลัมน์ City Detox ฉบับนี้ได้มาสัมผัสกับสถานที่ที่รับรองว่ายากจะหาสถานที่ใดเหมาะกับการล้างพิษกาย ทลายพิษเมืองได้ดีไปกว่านี้ และนอกจากผมจะหนีกรุงมาล้างพิษคนเมืองไกลถึงศูนย์วิปัสสนาสากล หรือไร่เชิญตะวัน จ. เชียงรายแล้ว ผมยังได้รับโอกาสพิเศษสุดในการสัมภาษณ์พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ท่าน ว. วชิรเมธี พระอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทยอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

    โดยปกติก่อนจะไปสัมภาษณ์ใคร ผมจะทำการบ้านมาก่อนไม่มากก็น้อย คำถามต่าง ๆ จะถูกจดเรียงลำดับเอาไว้เพื่อความสะดวกในการทำงาน แต่ครั้งนี้ ผมสารภาพว่าไม่ได้เตรียมตัวใด ๆ มาเลย คำถามมากมายที่เคยเตรียมไว้พร้อมกลับไม่มี ไม่มีแม้แต่เครื่องบันทึกเสียง ไม่มีสมุดบันทึก ไม่มีปากกา ดินสอ นี่คือครั้งแรกที่ผมเตรียมพร้อมมาแค่เปิดใจให้กว้างกับคำถามที่คิดไว้ในใจเพียงแค่คำถามเดียว !

...กับท่าน ว. วชิรเมธี เพียงคำถามเดียวก็เพียงพอแล้ว...

    ทั้งหมดทั้งมวลต่อจากนี้คือสิ่งที่ผมพยายามเรียบเรียงเพื่อบอกเล่าว่า ทำไมเราควรหนีออกจากชีวิตเดิม ๆ ที่เคยเป็นอยู่ (ดูบ้าง) อย่างน้อยก็ในบางช่วงบางเวลา เพื่อทำความเข้าใจ ค้นหาความหมายและความสุขที่แท้จริงของเวลาอันจำกัดที่เรามี

………………………………………………………

หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พระอาจารย์ก็พาผมเดินเล่นไปรอบ ๆ ไร่ แล้วเล่าให้ฟังว่า

    “ระยะหลัง ๆ เทศน์แล้วเหนื่อยง่าย นอนหลับ แต่ตื่นแล้วไม่สบาย หายใจก็ไม่สะดวกและเริ่มเป็นภูมิแพ้ จากที่เคยเทศน์ได้วันละสามงานสี่งาน ต่อมาได้งานเดียวก็อยากจำวัดแล้ว...

    ...จึงถามตัวเองว่า ถ้าทำงานมากแบบนี้ในเมืองกรุง...สงสัยไม่ได้มรณภาพตอนแก่แน่…”
จากนั้นท่านก็แนะนำผมว่า บางทีเราต้องฟังนาฬิกาชีวิตของเราว่าตื่นขึ้นมาแล้วเค้าบอกอะไร เหมือนระยะหลัง ๆ ที่ท่านบอกว่าทำงานแล้วรู้สึกเหนื่อยกว่าอายุจริง จึงเปลี่ยนเป็นเน้นการทำสื่อมากขึ้น แล้วลดการเดินสายลง และเมื่อสบโอกาสก็เลยย้ายออกจากกรุงเทพฯ มาอยู่ที่ไร่เชิญตะวันแห่งนี้

“อาตมาก็คนหนีกรุงเหมือนกันนะ”  พระอาจารย์บอกผมอย่างมีอารมณ์ขัน...

    นอกจากการพูดโต้ตอบบ้างเป็นบางครั้ง หลัก ๆ แล้วผมตกเป็นผู้รับฟังคำสอนอันมีประโยชน์ จากพระอาจารย์มากกว่า ท่านได้เริ่มอธิบายปริศนาธรรมต่าง ๆ ให้ฟัง ก่อนบอกเคล็ดลับสุขภาพดีมาว่า...

   เคล็ดลับสุขภาพดีนั้นมาจาก ทฤษฎี ห้าอา คือ อาหาร อาวาส อากาศ อารมณ์ ซึ่งถ้าทั้งสี่อาข้างต้นนี้ดีก็จะส่งผลถึงอาที่ห้า คืออายุ นั่นเอง

   ที่ไร่เชิญตะวันนี้มีครบทั้งสี่อาครับ ใครที่ได้มาปฏิบัติธรรมที่นี่ จะได้สัมผัสไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ล้วนปลอดสารพิษ ออแกนิกแท้ ๆ จากไร่เชิญตะวันเอง ที่พักและอากาศดี ๆ และธรรมะปฏิบัติง่าย ๆ ที่ช่วยปรุงอารมณ์ให้เราหลุดออกจากท่าบังคับของชีวิต...และถ้าเราเข้าใจนำไปปฏิบัติต่อ อาที่ห้าก็จะยืนยาว

   พระอาจารย์เอ่ยว่า ไร่เชิญตะวันเป็นสถานที่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนให้เข้าถึงธรรมะได้ง่ายขึ้น ที่นี่สอนพุทธศาสนาสายตรง  ดังนั้นจึงไม่มีเครื่องรางของขลัง ไม่มีวิชาอาคมใด ๆ และไม่มีสิ่งใดจะให้แก่ผู้มาเยือน…

   “ถ้าจะขอ จงขอให้ตัวเองได้ลงมือทำ  ไม่ใช่ขออะไรก็ได้  ธรรมชาติให้ทุกอย่างไว้พอดีกับทุกสรรพสิ่ง ธรรมชาติให้สติปัญญาแก่มนุษย์ นั่นคือเขี้ยวเล็บของเรา มีปัญญาเสียอย่างก็เพียงพอแล้ว”

   ข้อคิดจากท่านทำให้ผมนึกถึงการมาปฏิบัติธรรมที่นี่ ทุกอย่างล้วนเป็นธรรมชาติ ท่านใช้ทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติเข้ามาบำบัดจิตใจและเจริญสติให้กับทุกคนที่มา เป็นวิธีปฏิบัติแบบง่าย ๆ ไม่เหมือนบางที่ที่มีกฎเกณฑ์มากมาย แทนที่จะดับ กลับกลายเป็นเครียดไปกว่าเดิม

   และเมื่อเห็นพระอาจารย์เงียบไป ผมก็สบโอกาสกับคำถามเดียวของผมที่เตรียมมา…

“พระอาจารย์ครับ ความสุขที่แท้จริงของชีวิต คืออะไรครับ ?”

   หลังจากพระอาจารย์ได้ฟังคำถามจากผม ลูกศิษย์พลันเดินมาขอเวลานอกเพื่อให้พระอาจารย์ได้พักผ่อน เพื่อเตรียมตัวเทศน์สอนธรรมะในช่วงค่ำ ท่านเอ่ยปากให้ลูกศิษย์คนนั้นกลับไปรอ แล้วหันมาให้คำตอบกับผม

เพียงประโยคเดียวเช่นกัน...

……………………………………………………………

   ตอนยามบ่ายผมใช้เวลาว่างเดินไปรอบ ๆ ไร่เชิญตะวัน แม้จะเคยเดินทางไปสถานที่สวย ๆ มาหลายแห่ง แต่ที่นี่กลับทำให้ผมรู้สึกเย็นใจอย่างบอกไม่ถูก ท่านกล่าวว่า “ที่นี่ร่มรื่นนอกด้วยแมกไม้ ร่มรื่นในด้วยธรรมะ” บทสนทนาทั้งในห้องและระหว่างที่ท่านพาเดินรอบ ๆ ไร่ช่วยให้ผมกระจ่างแก่ใจหลายเรื่อง บางถ้อยคำปลุกใจให้คิดว่ามนุษย์ “เวิร์กกาฮอลิก” อย่างเรา ๆ น่าจะลองทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้งว่า แท้จริงแล้วเรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่

 “อย่าทำงานเพื่อเก็บเงินไปใช้ในห้องไอซียู”

   เย็นวันนั้นฟ้ามืดครึ้ม แว่วเสียงฟ้าคำรามจากที่ไกล ๆ ก่อนฝนนอกฤดูจะตกลงมาในที่สุด หุบเขากลางฤดูร้อนจึงเยือกเย็นเช่นเดียวกับธรรมะที่กล่อมเกลาจิตใจผู้มาเยือนอย่างผมให้เย็นลง ค่ำนี้อาจมองไม่เห็นดาว แต่แน่ใจได้ว่าพรุ่งนี้ยังมีตะวัน ผมกลับเข้าที่พักแล้วพยายามปล่อยวางความคิดอันฟุ้งซ่านให้สงบ ก่อนนอนราบไปกับพื้น หายใจลึก...ช้า และเริ่มสำรวจตัวตนผ่านการเจริญสติตามที่ท่าน ว. วชิรเมธี แนะนำก่อนหลับไปอย่างเป็นสุข

………………………………………………………………

   ผมเดินย่ำเท้าไปบนลานกรวดที่พระอาจารย์ใช้สอนให้เรารู้จักปล่อยวางตั้งแต่เช้ามืด แม้ตะวันที่ซ่อนตัวอยู่หลังหุบเขาเบื้องหน้ายังไม่ปรากฏ แต่ก็ค่อย ๆ สะท้อนเกล็ดเมฆให้สว่างกระจ่างตา สงัดของยามเช้าทำให้เสียงนกร้องฟังเพราะกว่าที่เคย ผมปล่อยใจว่างซึมซับทุกอณูแห่งธรรมชาติของไร่เชิญตะวัน และเมื่อโค้งแรกของขอบตะวันโผล่พ้นหุบเขา ผมก็หลับตา...

   นาทีนั้นเองที่อย่างน้อยผมก็เริ่มเข้าใจกับถ้อยความอันทรงคุณค่าของพระอาจารย์ ว. วชิรเมธี และเปิดตัวเองให้สัมผัสกับแสงแรกแห่งวันเช่นเดียวกับบทกวี “เชิญตะวัน” บนถนนกวีนิพนธ์มรรคา

เชิญตะวันจันทรามาห่มดาว
เชิญปักษีปักษามาร่ายรำ
เชิญชีวิตมาคิดใหม่ใส่ชีวิต
เชิญสติมากำกับประดับใจ
เชิญสมาธิวิปัสสนามาแจ่มแจ้ง
เชิญธรรมชาติบริสุทธิ์มาผุดพราง
เชิญสามัญมนุษย์มาหยุดพัก
เชิญกวีโอมอ่านกานท์กวินท์
เชิญหมอกแก้วมามุงเมืองประเทืองทิพย์
เชิญอรุณอุ่นแสงสำแดงชัย
เชิญเมฆขาวมาหลั่งฝนให้ชนฉ่ำ
เชิญพระธรรมสรงโสรจมาโปรดใจ
เชิญมิ่งมิตรมาแลกเปลี่ยนมาเรียนใหม่
เชิญวิสัยทัศน์ทองมาส่องทาง
เชิญแสดงศิลป์ศาสตร์ฉวาดฉวาง
เชิญรุ้งรางมาร่วงรุ้งจรุงจินต์
เชิญความรักคืนเรือนมาเยือนถิ่น
เชิญดินเชิญดาวมาพราวไพร
เชิญจิบชาหอมแห่งสมัย
เชิญหัวใจมาสัมผัสอนัตตา

   ในมโนสำนึก...ระลึกถึงประโยคเดียวของพระอาจารย์ที่ให้คำตอบแจ่มแจ้งแก่ใจ

“ความสุขที่แท้จริงง่ายนะ หนีไง หนีจากสมมติ ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นแค่หัวโขนประดับ มองดูที่นี่สิ ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่มีเจ้านาย ลูกน้อง ความสุข คือ ต้องรู้ว่าสรรพสิ่งก็เป็นเช่นนี้เอง ถ้าหนีได้...ชีวิตก็เป็นสุข

หนีจากท่าบังคับของชีวิต หนีจากสิ่งสมมติ...ลึกซึ้งเช่นนี้...หนีกรุงมาล้างพิษเมืองกันที่นี่สักทีดีไหม ?

   ที่ไร่เชิญตะวันมีคอร์สปฏิบัติธรรมสั้น ๆ ซึ่งตั้งใจจัดให้ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ ชาวหนีกรุงคนไหนอยากหนีไปล้างพิษกาย ทลายพิษเมือง ติดต่อได้ที่ไร่เชิญตะวันครับ

ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน (ว. วชิรเมธี) ต. ห้วยสัก อ. เมือง จ. เชียงราย
http://www.dhammatoday.com    Email : dhammatoday@gmail.com

 

 

06-08-2013 00:00:00
 expandข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลทั่วไป
เชียงราย...เมืองแห่งสายหมอกและดอกไม้
ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ. เมือง จ. เชียงราย
 expandข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
 expandเกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
เกล็ดความรู้ที่ควรทราบ
 expandสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
เชียงราย สัมผัสอ้อมกอดภูเขา ค้นรากเหง้าอารยธรรมล้านนา
เชียงราย...เมืองแห่งสายหมอกและดอกไม้
ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน อ. เมือง จ. เชียงราย
 expandท่องเที่ยวตามงบประมาณ
แอ่ว “เจียงฮาย” เมืองแห่งวัฒนธรรมในอ้อมกอดของภูเขา เชียงราย 3 วัน 2 คืน งบประมาณ 5,825 บาท (ต่อคน)
 expandบันทึกการเดินทางประทับใจ
กมล ฉัตรเสน เมคอัพ อาร์ตทิส ชื่อดัง
ออกรอบ...แล้วออกเที่ยว - เสนาเพชร
 expandผู้จัดการพาชิม
เชียงราย มณฑกร พรหมประเสริฐ ภาณุวัฒน์ สุวรรณวงศ์ ผู้จัดการสาขาแม่จัน และผู้จัดการสาขาห้าแยกพ่อขุนเม็ง
 
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย