Skip to main content
  ค้นหา:
Join:

KBeautifullife > Travel > แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
 
ข้อมูลทั่วไป
Share | |

 
 

ซึมซับไอเย็นจากสายหมอกขาว ที่คลี่คลุมเมืองให้สวยงามดั่งภาพฝัน จากวันวานของดินแดน “หลวงพระบาง”

ดื่มด่ำกับความงามในความสงบที่เมืองเล็กแต่รุ่มรวยด้วยอารยธรรม โอบล้อมด้วยแม่น้ำสำคัญ 2 สาย อย่างแม่น้ำคาน และแม่น้ำโขงที่ไหลมาบรรจบพบกัน ณ ดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง และมนต์เสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ ไว้อย่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสกาลเวลา

ตื่นตาตื่นใจกับบ้านเรือนเก่าในสไตล์โคโลเนียลสุดคลาสสิก ที่รับกันกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังคงความเขียวขจีสดชื่นตาอยู่ทั่วทุกหัวระแหง วัดวาอารามมากมายที่กระจายตัวอยู่ตามมุมเมืองต่างๆ และภาพชีวิตเรียบง่ายสะท้อนความใส สด บริสุทธิ์และอัธยาศัยอันดีของชาวเมือง คือเสน่ห์ฝังลึกของหลวงพระบางที่ไม่ว่าใครได้สัมผัสย่อมอดไม่ได้ที่จะตกหลุมรักเมืองเล็กแต่เปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้

ถ้าจะให้ยืนยันเป็นหลักฐานจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ก็กล่าวอ้างได้เลยว่าเมืองหลวงพระบางนั้นได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ เมื่อเดือนธันวาคม ปี
พ.ศ. 2538 ไม่เพียงเท่านี้ หลวงพระบางยังได้รับการยกย่องว่าเป็น The Best Preserved City in South-East Asia ซึ่งคุณจะได้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยถ้าได้มาเยือนเมืองนี้สักครั้งด้วยตาตนเอง

ถ้ามีโอกาสมาเยือนถึงหลวงพระบางแล้ว ข้อแนะนำแรกที่อยากบอกคือพยายามอย่านอนตื่นสาย เพราะหลวงพระบางจะสวยงามและมีชีวิตชีวาที่สุดในยามเช้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวเดือนตุลาคม ที่ยามเช้าในตัวเมืองหลวงพระบางจะถูกโอบกอดด้วยสายหมอกขาวอย่างแผ่วเบา ทั้งสดชื่นและให้อารมณ์โรแมนติกอย่างที่สุด กิจกรรมในยามเช้าของหลวงพระบางที่ขาดไม่ได้คือ “การตักบาตรข้าวเหนียว” ภาพของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่ต่อแถวรอใส่บาตรอย่างเปี่ยมศรัทธา ด้วยอาหารง่ายๆ อย่างข้าวเหนียว กล้วยน้ำว้า ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก

ด้วยขนาดของเมืองที่ไม่ใหญ่โตมากนัก ทำให้กิจกรรมขี่จักรยานชมเมืองสามารถทำได้แบบสบายๆ ไม่เหนื่อยหนัก ได้ปั่นจักรยานเอื่อยๆ ชมวิวแม่น้ำ บ้านเรือนน่ารักๆ และแวะพักตามวัดและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็ดูจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายนิยมทำกันเมื่อมาเยือนเมืองนี้ สถานที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งของหลวงพระบางก็หนีไม่พ้น “วัด” ที่มีให้เข้าเยี่ยมชมถึงกว่า 40 วัดเลยทีเดียว อาทิ

  • วัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากที่สุด ผนังด้านหลังของพระอุโบสถวัดงดงามด้วยศิลปะ การนำกระจกสีมาติดต่อกันเป็นรูปต้นทองขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เคยมีอยู่ในหลวงพระบางคล้ายกับต้นโพธิ์ ด้านข้างเป็นรูปสัตว์ในวรรณคดี
  • พระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนยอดพูสี ใจกลางเมืองหลวงพระบาง จากบนยอดพูสีนี้คือจุดชมวิวที่ดีที่สุดในเมือง เพราะมองเห็นตัวเมืองโดยรอบได้อย่างเต็มตา
  • วัดวิชุน ที่มีจุดน่าสนใจตรงเจดีย์พระปทุม หรือพระธาตุดอกบัวใหญ่รูปโค้ง ซึ่งคนลาวจะเรียกขานว่าพระธาตุหมากโม จากรูปลักษณะที่มีความคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง
“พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง” มาถึงเมืองมรดกโลกเช่นนี้แล้ว ไม่ควรพลาดที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองให้ถ่องแท้ โดยตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบางนี้ดัดแปลงมาจากพระราชวังเดิมที่เคยเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต ชาวเมืองจะเรียกกันว่า “หอคำ” ภายในจัดแบ่งเป็นห้องๆ จัดแสดงโบราณวัตถุ ทรัพย์สินต่างๆ ของราชวงศ์เดิม และจำลองสภาพบริเวณที่ประทับ อาทิ ท้องพระโรง ห้องบรรทม ห้องเสวย โดยยังสภาพเดิมเอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้จินตนาการถึงยุคสมัยที่ล่วงเลยมาแล้วได้อย่างชัดเจนที่สุด
“น้ำตกกวางสี” จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้ใคร ด้วยเพราะยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ที่เขียวขจี โดยน้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางไปประมาณ 30 กิโลเมตร น้ำตกกวางสีเป็นน้ำตกหินปูนสูงราว 70 เมตร สายน้ำขาวพร่างพรมตกกระทบแอ่งน้ำสีเขียวมรกตในแวดล้อมของไม้เขียวร่มรื่น เป็นจุดพักกาย พักใจ คลายร้อนได้ที่ดีที่สุดอีกจุดหนึ่ง

“ถ้ำติ่ง” แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอีกแห่งนี้ ที่ถือกำเนิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ภายในเขาสูงที่ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำโขง เมื่อมาถึงที่นี่ต้องขึ้นมาจุดธูปเทียนบูชาสักการะพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำจำนวนมาก นับเป็นพันๆ องค์ สันนิษฐานว่าพระพุทธรูปส่วนหนึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 และ 19 และบางส่วนสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 17 และ 20

“ตลาด” การท่องเที่ยวหลวงพระบางจะสมบูรณ์แบบไปไม่ได้เลย ถ้าขาดซึ่งการเที่ยวชมตลาดหลวงพระบาง โดยตลาดที่ว่านี้ มีทั้ง “ตลาดเช้า” ที่เปิดตั้งแต่เช้าถึงเย็น และ “ถนนคนเดิน” แหล่งช้อปปิ้งในยามค่ำคืน อันดารดาษไปด้วยของฝากและสินค้าพื้นเมือง อาทิ ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น กระเป๋า เครื่องประดับ เครื่องเงิน ไม้แกะสลัก เครื่องจักสาน ฯลฯ ถ้ายังไม่หนำใจยังมี “ตลาดม้ง” ที่มีบรรดาสินค้าจากชาวเขาเผ่าม้งจำพวกผ้าทอและเครื่องเงินมาวางขายอีกด้วย

โรงแรมที่พัก
ยิ่งไปกว่านั้น หลวงพระบางยังกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งศิลปะและศิลปินลอยฟุ้งอยู่ในอากาศให้สัมผัสได้
หลวงพระบางจึงอุดมไปด้วยเกสต์เฮ้าส์ โรงแรมเก๋ และร้านกาแฟน่ารัก ให้เลือกพักเลือกชิลล์กันได้ตามใจและตามสตางค์ในกระเป๋า

  • Maison Souvannaphoum Hotel ( Rue Chao Fa Ngum Banthatluang, PO Box 741
    Luang Prabang, Laos
    Tel : +856 71 254 609
    Fax : +856 71 212 577
    E-mail : maison@angsana.com )
    โรงแรมฮิปสุดหรู ที่มีหลายรางวัลมาการันตีความงดงามและความสะดวกสบาย ในเครืออังสนา
  • โรงแรมวิลล่าสันติ ( Villa Santi Hotel &7 Resort Sakkarine Road, PO Box 681
    Luang Prabang, LAOS
    Tel : (856-71) 252157, 212267
    Fax : (856-71) 252158 )
  • โรงแรมเดอะแกรนด์หลวงพระบาง ( The Grand Luang Prabang Hotel & Resort,
    Luang Prabang, Lao PDR,
    Ban Xiengkeo, Khet Sangkalok P.O. Box 1191,
    Luang Prabang Lao PDR
    Tel : (856 71) 253 851-7, Fax: (856 71) 253 027-8
    E-mail : info@grandluangprabang.com )
    มองเห็นวิวแม่น้ำโขงงดงาม และตัวโรงแรมที่ได้ บรรยากาศของตัวเมืองหลวงพระบาง
  • Aman Resort โรงแรมสุดหรูในเครืออมันที่แสนจะหรูหรา ที่กำลังจะเปิดตัวที่หลวงพระบางในไม่ช้านี้ สำหรับผู้ที่ต้องการวันพักผ่อนหรูหราในบรรยากาศ luxury แต่ถ้าคุณเป็นนักเที่ยวหัวใจอิสระที่ไม่ยึดติดกับความหรูหรา สะดวกสบาย ที่หลวงพระบางก็มีเกสต์เฮ้าส์ให้คุณเลือกมากมาย ในบรรยากาศและราคาที่ไม่แตกต่างกันมากนัก
ร้านอาหารแนะนำ
ในส่วนของปากท้องยิ่งไม่ต้องเป็นห่วง เพราะหลวงพระบางดารดาษไปด้วยร้านอาหาร รวมไปถึงร้านกาแฟและเบเกอรี่มากมายเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง ทั้งรสชาติและการตกแต่งที่ฮิปสุดๆ
  • Joma Bakery Café ( Th Chao Fa Ngun,
    Old Town Tel. 252292 )
    คาเฟ่อารมณ์ฮิป ที่คนเก๋ในหลวงพระบางจะมารวมตัวกัน ดื่มกาแฟ ขนมเค้ก ขนมปัง อร่อยจนติดใจ
  • Tamnak Lao Three Elephant Cafe
    (Th Sakkarin, Old Town, Tel. 252525)
    ถ้าอยากลองอาหารพื้นเมืองก็ต้องที่นี่ เพราะได้คะแนนเต็มทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหาร
  • ร้านเฝอจันทะหนอม (บ้านมะโน ถ.พูว่าว หลวงพระบาง) ที่เด่นด้วยอาหารแบบพื้นบ้านอย่างเฝอ มีทั้งเฝอเนื้อ เฝอหมู เฝอไก่ ร้านนี้เป็นบ้านไม้เล็กๆ แต่ว่ามีคนมากินกันมากมาย เปิดตั้งแต่ 7.00 -15.00 น. นอกจากนี้ยังมีเจ้าอร่อยอยู่ที่วงเวียนแยกวัดวิชุนอีกด้วย

ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง

การเดินทางระหว่างเมืองใหญ่

พงสาลี
อยู่ติดชายแดนจีน+เวียดนามเหนือ เหนือสุดของประเทศลาว ในเขตเขาภูฟ้า ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี

สถานที่ท่องเที่ยว
พิพิธภัณฑ์ชนเผ่า ตลาดเช้า ยอดภูฟ้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุภูฟ้า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังมาเที่ยวที่เมืองพงสาลีไม่มากนัก มีที่พักและร้านอาหารให้พอเลือกได้ ทั้งแบบเกสต์เฮาส์และโรงแรม ราคาไม่แพงมาก

หัวพัน
อยู่ติดชายแดนเวียตนามเหนือ ถัดไปจากแขวงเชียงขวาง เมืองหลวงคือเมืองซำเหนือ

สถานที่ท่องเที่ยว
เมืองซำเหนือ เป็นเมืองหลวงของแขวงหัวพัน มีชายแดนติดกับเวียดนาม มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ตลาดในเมืองยามเช้าจะมีชาวเขาเผ่าต่างๆ ออกมาเดินซื้อของกันที่นี่ เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ถัดจากตลาดกลางเมืองมาประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงวัดโพธิ์ชัยนาราม นับเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาเพียงแห่งเดียวของเมือง เมืองเวียงชัย หมู่บ้านชนพื้นเมืองหลากวัฒนธรรม และแหล่งทอผ้าอันดับ 1 ของลาว

ที่พัก ร้านอาหาร
  • เมืองหัวพันไม่โดดเด่นในเรื่องของการท่องเที่ยวสักเท่าไร ที่พักส่วนใหญ่จึงดัดแปลงจากบ้านพักของชาวบ้านจะเป็นในรูปแบบของเรือนพัก แต่ถ้าต้องการความสะดวกสบายสามารถเลือกใช้กับผู้ประกอบการนำเที่ยวในแขวงเชียงขวางก็ได้ ซึ่งจะจัดพาหนะที่พัก อาหาร โปรแกรมท่องเที่ยวไว้ให้ครบครัน สามารถติดต่อได้ที่ Inter-Lao Tourism Xieng Khuang Branch, Phonsavan, Laos
    โทร. (856) 020 566 1077
การเดินทาง
  • จากเชียงขวางมาเมืองหัวพัน ใช้ทางหลวงหมายเลข 7 เดินทางไปยังเมืองคำทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 6 ตรงมายังน้ำเนิน ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นจะเป็นถนนลูกรังตัดเข้าไปในเขตภูเขาสูง ระหว่างทางมีหมู่บ้านชาวเขาหลายแห่ง

หลวงน้ำทา
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแขวงบ่อแก้ว ติดกับประเทศพม่าและประเทศจีน เมืองหลวงคือเมืองสิงห์ เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ หลวงน้ำทามีทั้งการให้ชมวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ร่องรอยจากสงครามกองทัพขบวนการประเทศลาวกับกองโจรม้ง เยี่ยมชมเมืองสิงห์ ซึ่งเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เที่ยวชมวัดหลวงบ้านเชียงใจ สถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาแบบไทลื้อ เรือนพญาเซกอง มรดกของอาคารยุคอาณานิคม

ปัจจุบันหลวงน้ำทามีถนนสายกว้าง ถ้าเดินมาทางเชิงสะพานด้านตะวันออกของถนนสายหลักในยามเช้า จะเห็นผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสถานีรถขนส่ง ถัดจากเมืองประมาณ 2 กิโลเมตรไปตามเส้นทางเมืองสิงห์ จะพบศูนย์หัตถกรรมหลวงน้ำทาซึ่งสหภาพยุโรปเป็นผู้ออกเงินสร้างเพื่อให้มีการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมของชาวบ้าน

แหล่งท่องเที่ยวเมืองสิงห์
บนทางหลวงหมายเลข 3 ห่างจากตัวเมืองมาทางทิศเหนือระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ผ่านทิวเขา สายน้ำทา และผืนป่าเขียวขจีของสองข้างทาง มาถึงเมืองสิงห์ เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บนที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยทิวเขา มีสายน้ำยวนและม่าคอยหล่อเลี้ยง นอกจากนี้เมืองสิงห์ยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมไทลื้อ ชาวไทลื้อนับเป็นหนึ่งในกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูลภาษาไทซึ่งรวมถึงพวกลาวลุ่ม ชาวเขาบางเผ่า ผู้คนในภาคเหนือของไทย และในรัฐฉานของพม่า ชาวไทลื้อมีถิ่นฐานอยู่ในมณฑลยูนนานทางภาคใต้ของจีนห่างจากเมืองสิงห์เพียง 10 กิโลเมตร ชาวไทลื้อในลาวจึงได้ชื่อว่ามีสายเลือดและวัฒนธรรมแบบไทลื้อแท้กว่ากลุ่มอื่นๆ ที่อยู่นอกถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษ หากเดินทางมายังเมืองสิงห์แล้ว สามารถเดินทางท่องเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ตามสะดวกเพราะแต่ละพื้นที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในตัวเมือง สามารถเที่ยวครบได้ในวันเดียว

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
  • ที่พักส่วนใหญ่จะเป็นในรูปแบบของเรือนพักและเกสต์เฮาท์ ตกแต่งแบบเรียบง่าย ราคาไม่แพงมาก มีอาหารไว้บริการลูกค้า ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในเมืองสิงห์
การเดินทาง
ปัจจุบันการเดินทางไปยังหลวงน้ำทาไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีรถโดยสารประจำทางออกจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ทุกวัน หรือใช้บริการของสายการบินลาว เที่ยวบินจากเวียงจันทน์-หลวงน้ำทา หากต้องการเดินทางทางน้ำก็มีเรือจากห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ด่านไทยลาว) ซึ่งเรือจะล่องไปตามลำน้ำโขง ไปยังหลวงน้ำทาและต่อด้วยรถยนต์ไปยังเมืองสิงห์ และจากหลวงน้ำทาก็มีรถประจำทางมายังเมืองสิงห์เช่นกัน ระยะทางประมาณ 59 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมง

บ่อแก้ว
อยู่ติดกับ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมืองหลวงคือเมืองห้วยทราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวที่บ่อแก้วแบบไปเช้า เย็นกลับ แต่ถ้านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มต้นโปรแกรมเที่ยวจากหลวงพระบาง ด้วยการล่องเรือตามแม่น้ำโขงจากท่าเรือห้วยทรายแขวงบ่อแก้ว ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน 1 คืน โดยจะแวะพักที่ปากแบงก่อน
1 คืน

สถานที่ท่องเที่ยว
แขวงบ่อแก้วมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น วัดจอมแก้วมณีรัตน์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของเมือง วัดพระธาตุตากผ้าทองที่ชาวบ้านเล่าว่า ทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ จะมีแสงพวยพุ่งออกมาจากองค์พระธาตุ และอนุสาวรีย์ของท่านไกรสร พรหมวิหาร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นที่เคารพของชาวลาว มีวิถีชีวิตของชาวบ้านเผ่าต่างๆ ทั้งชาวเขาเผ่าแลนแตนที่ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น หมู่บ้านยองหิน ภูมิปัญญาของชาวไทลื้อที่สามารถสร้างบ้านไม้แบบเคลื่อนย้ายได้ แวะชมหมู่บ้านต้มเหล้าขนาดใหญ่ ในเมืองยังมีขนมจีนเคล้ารสปลาร้าของหมู่บ้านข้าวปุ้นไว้ให้ลองชิมกันอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองห้วยทราย
วัดจอมแก้วมณีรัตน์ วัดพระธาตุตากผ้าทอง อนุสรณ์สถานของท่านไกรสร พรหมวิหาร สนามบินบ่อแก้ว รอบๆ สนามบินมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ตลาดเมืองบ่อแก้ว ตลาดเมืองบ่อแก้วเป็นตลาดเช้า อยู่ทางทิศใต้ของตัวเมือง หมู่บ้านต่างๆ รอบตัวเมือง ตัวเมืองยังมีวิถีชีวิตของชาวบ้านเผ่าต่างๆ ให้ชมกันอีกด้วย ใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็สามารถเที่ยวได้ครบแล้ว ถัดจากตัวเมืองห้วยทรายมาประมาณ 20 กิโลเมตร จะพบกับหมู่บ้านชาวเขาเผ่าแวนแตนหรือลาวห้วย เป็นชนชาติเก่าแก่ของลาว ภายในหมู่บ้านชาวบ้านดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย การแต่งกายคล้ายกับชาวเผ่าเย้า ผู้หญิงนุ่งซิ่นสั้น ใช้สีดำเป็นพื้น ผู้ชายใส่เสื้อเปิดให้เห็นหน้าท้อง หมู่บ้านข้าวปุ้น เป็นหมู่บ้านชาวลาวที่ประกอบอาชีพทำขนมจีนกันทั้งหมู่บ้าน ชาวลาวนิยมรับประทานขนมจีนซึ่งนำมาผสมกับน้ำปลาร้ากันมาก หมู่บ้านยองหิน เป็นหมู่บ้านของชาวไทลื้อที่อาศัยอยู่ในประเทศลาว หมู่บ้านต้มเหล้า เป็นหมู่บ้านชาวลาวที่ประกอบอาชีพต้มเหล้า สาโท กระแซ่ กันทั้งหมู่บ้าน ในประเทศลาวไม่ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

อุดมไชย
ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแขวงบ่อแก้วและเมืองหลวงพระบาง เมืองปากแบงเมืองท่องเที่ยวของแขวงอุดมไชย เป็นจุดแวะพักที่สำคัญของทั้งคนและเรือ จากหลวงพระบางหากนั่งเรือทวนสายน้ำมาถึงปากแบงใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ถ้าออกเดินทางตอนเช้าจะถึงที่ท่าเรือค่ำพอดี แต่ถ้านั่งเรือตามสายน้ำจากห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ตรงข้ามกับท่าเรือเชียงของ จังหวัดเชียงราย จะใช้เวลาน้อยกว่า แต่ก็ต้องมาแวะพักค้างคืนที่ปากแบงเช่นกัน ถ้าได้แวะที่นี่ตอนเช้าสามารถตื่นขึ้นมาชมทะเลหมอกของสายน้ำโขง ล้อมรอบด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ สายน้ำจะคดเคี้ยวมีแก่งอยู่กลางลำน้ำตลอด ตรงท่าเรือจะมีเรือจอดอยู่เรียงรายเต็มไปหมด ทั้งเรือส่งสินค้า เรือเร็ว เรือช้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเดินเรือ ถ้าต้องการไปยังหลวงพระบาง สามารถไปด้วยเรือเร็ว จะเป็นเรือท้องแบนนั่งได้ 6 คน ต้องสวมเสื้อชูชีพด้วยและหมวกกันน็อก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือถ้านั่งเรือช้าจะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง

ด้านนอกเมืองบนทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณกิโลเมตรที่ 11 มีน้ำตกที่สวยงามชื่อว่า ตาดสิบเอ็ด เป็นน้ำตกที่ไหลผ่านโขดหินลงสู่แม่น้ำทาระหว่างทางจะพบกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หมู่บ้านชาวเขา เช่น ลาวสูง เผ่าอาข่า ม้ง เย้า อุดมไชยแม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ชมน้อย แต่ก็ยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางของชาวลาว เพราะมีสถานีขนส่งขนาดใหญ่อยู่นอกเมือง สามารถไปเมืองอื่นๆได้สะดวก ได้แก่ เวียงจันทน์
หลวงพระบาง หลวงน้ำทา พงสาลี หรือไปยังบ่อเต็นซึ่งเป็นชายแดนในเขตยูนนานประจีนก็ได้

ปากแบงเป็นเมืองเล็กๆ แต่น่าอยู่ ตัวเมืองอยู่เนินเขา ณ จุดที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำแบงไหลมาบรรจบกัน เป็นศูนย์กลางของการเดินเรือที่สำคัญของแม่น้ำโขง อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือของหลวงพระบาง-ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว และเส้นทางเดินเรือไปยังแขวงอุดมไชยและหลวงน้ำทา ชาวบ้านส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บนเนินเขา ดำรงชีวิตที่เรียบง่าย จะมีโรงแรม เกสต์เฮาท์ ร้านค้า ร้านอาหาร มากมายไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว และบริการเรือไปยังหลวงพระบาง ปัจจุบันปากแบงนับเป็นเมืองท่องเที่ยวใหม่ของลาวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เพราะการเดินทางไปตามสายน้ำโขงสามารถเดินทางได้ตลอดปี ตั้งแต่ในช่วงฤดูฝนจนถึงกลาง
ฤดูหนาว ระดับน้ำค่อนข้างสูงสองฟากฝั่งจะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ถ้ามาช่วงปลายฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบาย น้ำเริ่มลดระดับลง จะทำให้เห็นเกาะแก่งมากมายใช้เวลาเดินทางนานกว่า แต่จะได้เห็นหาดทรายของสองฟากฝั่งที่สวยงามด้วย

ไชยบุรี
อยู่ติดชายแดนไทย ตั้งแต่จังหวัดเชียงรายตอนล่าง-พะเยา-น่าน-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-เลย หลังจากแม่น้ำโขงไหลผ่านแขวงบ่อแก้ว แขวงอุดมไชย มายังแขวงหลวงพระบาง จากหลวงพระบางแม้น้ำโขงไหลต่อไปยังแขวงไชยบุรี แขวงที่อาจจะไม่โดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวมากสักเท่าไร ถ้าเทียบกับเมืองหลวงพระบาง และ
นครเวียงจันทน์แล้ว แต่ในอนาคตอาจได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว หากถนนที่เชื่อมต่อจังหวัดน่านเข้าสู่แขวงไชยบุรีตัดผ่านไปยังหลวงพระบาง

จำปาสัก
อยู่ติดกับจังหวัดอุบลราชธานี เมืองหลวงคือเมืองปากเซ ในบรรดาแขวงต่างๆ ของลาวตอนใต้ต้องยกให้แขวงจำปาสัก เป็นแขวงที่รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะภูมิศาสตร์ของแขวงนี้มีสภาพที่หลากหลาย ทั้งป่าใหญ่บนที่สูง และที่ราบลุ่มริมน้ำโขง เป็นแขวงที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลางแขวง อยู่ติดกับพรมแดนไทยที่ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี สามารถนำรถเข้าไปเที่ยวได้สะดวกหรือจะใช้บริการแพ็กเก็จทัวร์ก็ได้ เมืองของแขวงจำปาสักคือ “ปากเซ” อยู่ห่างจากช่องเม็กเพียง 42 กิโลเมตร

แหล่งท่องเที่ยว
กิจกรรมท่องเที่ยวแขวงจำปาสักมีหลากหลายและน่าสนใจ หากชอบประวัติศาสตร์ก็ไปที่ปราสาทหินวัดพู มรดกโลกที่เมืองจำปาสัก ถ้าชอบธรรมชาติก็ไปดูความยิ่งใหญ่ของน้ำตกหลี่ผี น้ำตกคอนพะเพ็งซึ่งอยู่ทางตอนใต้ หรือน้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดเยือง น้ำตกตาดผาส้วม ซึ่งอยู่ที่ปากช่อง

สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองปากเซ
วังเจ้าบุญอุ้ม วัดถ้ำไฟ ตลาดเก่า วัดหลวง

การเดินทาง
  • ถ้าต้องการเดินทางไปยังเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ต้องเริ่มต้นที่ด่านพรมแดนช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 90 กิโลเมตร ซึ่งเป็นประตูสู่เมืองปากเซแขวงจำปาสัก จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 10 เป็นถนนลาดยาง ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร จะถึงสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น ข้ามแม่น้ำโขงมาเมืองปากเซ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
  • สำหรับการเดินทางจากพรมแดนช่องเม็กเข้าไปเมืองปากเซ สามารถใช้บริการของสถานีขนส่งลาว ที่อยู่ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองลาวระยะทาง 300 เมตร มีทั้งรถโดยสารประจำทาง รถสองแถว วันละหลายเที่ยว แต่ถ้ามีประมาณ 3-4 คน แนะนำให้ใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จะสะดวกและเร็วกว่า
  • จากชายแดนช่องเม็กในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านด่านวังเต่า ชายแดนลางที่ชาวบ้านจะนำสินค้ามาวางขาย นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมแวะซื้อได้ตามสะดวก จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 10 ซึ่งเป็นถนนลาดยางอย่างดี ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ก็จะถึงสะพานมิตรภาพ
    ลาว - ญี่ปุ่น มีความยาว 1,380 เมตร ข้ามแม่น้ำโขงมาถึงเมืองปากเซ เมืองหลวงของแขวงจำปาสักซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของลาว สมัยนั้นฝรั่งเศสตั้งเมืองจำปาสักขึ้นมาเพื่อคานอำนาจเมืองจำปาสัก (บ้านวัดทุ่ง) ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ย้อนไปถึงยุคก่อนเข้ามาตั้งรกรากของขอมโบราณ์
  • เมืองปากเซไม่มีอารยธรรมเก่าแก่เหมือนกับเมืองจำปาสัก แต่กลับมีความหลากหลายของเชื้อชาติ ประเพณีและวัฒนธรรม มีจำนวนประชากรประมาณ 70,000 คน นอกจากชาวลาวแล้วยังมีชาวจีนและเวียดนามเข้ามาตั้งรกรากเป็นจำนวนมาก บรรยากาศทั่วไปเมืองปากเซเงียบสงบเป็นธรรมชาติ ชาวบ้านมีวิถีชีวิตเรียบง่าย์
สะหวันนะเขต
อยู่ติดชายแดนประเทศเวียดนามและอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหาร

สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง
ตลาดสิงคโปร์ข้ามสถานีวิทยุกระจายเสียงสะหวันนะเขตห่างจากด่านศุลกากรสะหวันนะเขตมาประมาณ 0.5 กิโลเมตร เปิดเวลา 05.00-18.00 น. ตลาดสะหวันนะเขตเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของแขวงเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญของชาวบ้านที่นี่ วัดเจ้า ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดชัยสมบูรณ์ วัดเจ้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าศาลเจ้า
สุตตโน เป็นศาลขนาดกลางตั้งอยู่ริมน้ำโขง มีรูปปั้นเจ้าสุตตโนรูปหล่อทองคำสูงเท่าคนปกติยืนอยู่ด้านหน้า สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บวงสรวงบูชาเทพและภูตผีต่างๆ อนุสาวรีย์ท่านกุรวงศ์ โบสถ์เซนต์เทเรซ่า ถนนสีเมือง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์แขวงสะหวันนะเขต วัดรัตนรังษี

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
  • ที่แขวงสะหวันนะเขตมีที่พักให้เลือกมากมายตั้งแต่เกสต์เฮาท์ราคาถูก ไปจนถึงโรงแรมหรูสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยศิลปะตกทอดจากประเทศฝรั่งเศส
ร้านอาหาร
  • รอบตัวเมืองแขวงสะหวันนะเขต มีร้านอาหารไทย จีน เวียดนาม และยุโรปให้เดินเลือกตามถนนแทบทุกสาย หากต้องการทานปลาเผาสดๆจากแม่น้ำโขง สามารถเลือกร้านอาหารริมฝั่งโขงใกล้กับด่านศุลกากรสะหวันนะเขตได้ ส่วนอาหารยุโรปก็มีห้องอาหารลาว – ปารีส ตกแต่งสวยงามสไตล์อาคารจากฝรั่งเศส ส่วนใครที่ชอบทานเฝอ ร้านนางเอียมที่ถนนท่าดอนเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากที่สุด์
การเดินทาง
  • การเดินทางไปสะหวันนะเขต มีหลายรูปแบบ ถ้าต้องการขับรถส่วนตัวไปให้มุ่งหน้าไปยังจังหวัดมุกดาหารระยะทางประมาณ 642 กิโลเมตร หาที่ฝากรถจังหวัดมุกดาหาร เพราะสะพานมิตรภาพ
    ไทย-ลาว แห่งที่ 2 ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ แล้วให้นั่งรถสองแถวหรือรถสามล้อมาด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นให้มาติดต่อทำหนังสือเดินทางและซื้อตั๋วเรือข้ามแม่น้ำโขงที่นี่ โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที ก็จะถึงเมืองแขวงสะหวันนะเขตหรือมาโดยรถโดยสารประจำทาง ที่หมอชิต 2 มีรถโดยสารไปจังหวัดมุกดาหารทุกวัน โทรศัพท์ 02 936 2841-8, 0 2936 2852-66 เมื่อมาถึงสถานีขนส่ง แล้วให้นั่งรถสองแถวหรือรถสามล้อมาด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นให้มาติดต่อทำหนังสือเดินทางและซื้อตั๋วเรือข้ามแม่น้ำโขงที่นี่ ก็จะถึงเมืองแขวงสะหวันนะเขต์
บอลิคำไซ
ตั้งอยู่ระหว่างแขวงเวียงจันทน์และแขวงคำม่วน เมืองหลวงคือเมืองปากซัน บอลิคำไซเป็นประตูสู่ลาวใต้ และยังเป็นแขวงที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประเทศลาว เพราะเป็นเมืองท่าด่านติดชายแดนสองประเทศ โดยทางด้านทิศตะวันตกริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณเมืองปากซัน จะตรงข้ามกับอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคายของไทย ส่วนทางด้านทิศตะวันออกบริเวณด่านแก้วเหนือจะติดด่านกอเตรียวของประเทศเวียตนาม การท่องเที่ยวแขวงบลิคำไซสามารถนั่งรถจากแขวงเวียงจันทน์ลัดเลาะลงมาตามถนนทางหลวงหมายเลข 13 ใต้ หรือจะใช้บริการเรือข้ามฝากไปเที่ยวก็ได้

แหล่งท่องเที่ยว
วัดพระบาทโพนสัน ปากกะดิ่ง มีร้านค้าและแผงขายปลาให้นักท่องเที่ยวแวะมาซื้อของปละชิมปลากันได้ ล่องเรือชมสายน้ำกะดิ่งและน้ำตกวังพอง บ้านโพนยาง ห่างจากปากกะดิ่งประมาณ 17 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวต้องอาศัยการเหมาเรือหางยาวไปเท่านั้น สามารถติดต่อเรือได้ภายในหมู่บ้านโพนยาง ราคาประมาณ 200-300 บาท / ลำ โดยสารได้ 3 – 4 คน ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง แม่น้ำกะดิ่งเหมาะสำหรับนั่งเรือชมในช่วง
ฤดูร้อนและฤดูหนาวเท่านั้น เพราะในช่วงฤดูฝนน้ำจะหลากอันตราย

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
  • เนื่องจากแขวงบอลิคำไซตั้งอยู่ติดกับแขวงเวียงจันทน์ และเป็นเมืองติดชายแดนจังหวัดหนองคายของประเทศไทย ทำให้แขวงบอลิคำไซเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมแบบไปเช้า เย็นกลับมากกว่าที่จะพักแรม ที่พักโรงแรมขนาดใหญ่จึงไม่ค่อยจะมี แต่ถ้าหากต้องการเที่ยวชมธรรมชาติกันหลายๆ วัน ที่เมืองปากซันจะมีเกสต์เฮาท์เล็กๆ 2 – 3 แห่ง ไว้ให้คุณเลือก โดยเกสต์เฮาส์ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในชุมชน มีให้เลือกทั้งแบบบ้านและแบบห้องเช่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มากนัก ราคาอยู่ที่ประมาณ
    200-300 บาท/คืน จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการออกไปเที่ยวภายนอกมากว่าที่ต้องการพักห้องพักที่สะดวกสบาย
ร้านอาหาร
  • แขวงบอลิคำไซขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสองน้ำ อาหารการกินส่วนใหญ่จึงมาจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำซัน เมนูส่วนใหญ่จะเป็นพวกปลา ร้านอาหารส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซัน บางร้านมีระเบียงยื่นออกไปที่แม่น้ำ อาหารเหล่านี้จะสร้างบรรยากาศด้วยการเปิดเพลงลาวให้ลูกค้าฟัง

การเดินทาง
  • จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านจังหวัดสระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี มาถึงหนองคายประมาณ 616 กิโลเมตร ไปที่ด่านศุลกากร จังหวัดหนองคาย เพื่อใช้บริการเรือข้ามฟากเปิดให้บริการตั้งแต่ 09.00 – 16.30 น. ค่าโดยสารคนละ 50 บาท เรือออกไม่เป็นเวลา หรือจะเหมาไปเองก็ได้ เพื่อมาถึงเมืองปากซัน ส่วนด่านท่าเรือปากซันจะเปิด – ปิดเวลาเดียวกับไทย ในช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยคุณต้องเหมาเรือกลับมาฝั่งไทยเองประมาณ 300 บาท
คำม่วน
อยู่ระหว่างแขวงบอลิคำไซและสะหวันนะเขต ตรงข้ามกับจังหวัดนครพนมทางทิศตะวันออกโดยมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติขวางกั้น เมืองหลวงคือเมืองท่าแขก กิจกรรมท่องเที่ยวในแขวงคำม่วน ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองท่าแขก มีรายการชมวัด เที่ยวชมตัวเมือง ชมอาคารสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสมากมาย และเที่ยวที่วัด
ศรีโคตรบูร วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมโขง ส่วนด้านนอกเมืองท่าแขกมีรายการท่องเที่ยวธรรมชาติชมถ้ำพระซึ่งต้องพายเรือแจวเข้าไปและเที่ยวถ้ำนกนางแอ่นก็ได้

ตลาดหลักสอง -kpของประเภทเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว สินค้าสด ของป่าหายาก รวมไปถึงร้านขายทองและเครื่องเงินหลากหลายรูปแบบ ตลาดหลักสามหรือตลาดสุขสมบูรณ์ แบ่งร้านออกเป็นช่องๆอย่างเป็นระเบียบ โดยภายในตลาดหลักสามขายของคล้ายตลาดหลักสอง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นขายของประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้ามากกว่า นอกจากนี้ภายในตลาดหลักสามยังเป็นที่ตั้งของคิวรถสองแถวให้บริการไปสะหวันนะเขตด้วย

ที่พักในเมืองท่าแขก
  • แขวงคำม่วนเป็นเมืองใหญ่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง โดยเฉพาะภายในเมืองท่าแขก เพราะเป็นเมืองท่าด่านมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศข้ามมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานีรถโดยสารขนาดใหญ่ นับเป็นสถานีที่รถจากเวียงจันทน์และจำปาสักต้องมาแวะรับผู้โดยสารตลอดทั้งวัน เมืองท่าแขกจึงมีโรงแรมและเกสเฮาท์ให้เลือกมากมาย หากต้องการพักโรงแรมระดับสามดาวบริเวณริมแม่น้ำโขงใกล้ท่าเรือ มีโรงแรมแม่น้ำโขง คำม่วน เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองท่าแขก อีกทั้งยังเป็นโรงแรมที่ชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามที่สุดอีกด้วย แต่ถ้าอยากจะประหยัดชอบอยู่อย่างเรียบง่ายบริเวณสถานีรถโดยสานมีเกสเฮาท์เล็กๆทั้งแบบแอร์และพัดลมให้บริการด้วย
ร้านอาหาร
  • แม้เมืองท่าแขกจะมีชื่อเสียงเป็นศูนย์กลางของการเดินทาง แต่ภายในเมืองท่าแขกกลับไม่มีร้านอาหารขึ้นชื่อให้เลือกกินสักเท่าไร ร้านส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทตามสั่ง แต่ในยามค่ำคืนบริเวณสถานีรถโดยสารจะมีร้านแผงลอยออกมาวางขายซาลาเปาให้ชิมด้วย
การเดินทาง
  • วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับการมาท่องเที่ยวยังแขวงคำม่วนคือการนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งไทยที่จังหวัดนครพนมมายังเมืองท่าแขก เมืองหลวงของแขวงคำม่วน โดยสามารถเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 มาลงที่จังหวัดนครพนมเพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขกหรือถ้าขับรถไปจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงจังหวัดสระบุรีบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 107 แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านเข้าสู่จังหวัดมหาสารคาม จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปจังหวัดกาฬสินธุ์ จนถึงจังหวัดสกลนคร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 22 ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 740 กิโลเมตร
สาละวัน
อยู่ระหว่างแขวงสะหวันนะเขต แขวงเซกองและแขวงจำปาสัก เมืองหลวงคือเมืองสาละวัน

แหล่งท่องเที่ยว
สวนอุทยานแห่งชาติเชียงทอง น้ำตกเซเซด น้ำตกตาดเลาะ บริเวณนี้มีที่พักหลายแห่งไว้ให้บริการจะเปิดในรูปแบบของเรือนพักที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย เช่น Sayse Tad Lo Guesthouse&Resort เป็นรีสอร์ทที่สวยมาก โทร. (856 34) 211886, 020 564 2489 บึงจระเข้ หมู่บ้านกะตัง หมู่บ้านกะตังเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชนเผ่ากะตังที่อยู่นวมกันกว่า 30 ครอบครัว ในเขตบ้านหลังยาวประมาณ 100 เมตร ชนเผ่านี้มีชื่อเสียงในด้านทอผ้า เป็นผ้าหน้าแคบแต่สีสันสวยงามมาก สามารถไปพักแบบโฮมสเตย์ได้ ไปศึกษาวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของชาวลาวและชาวเขาเผ่าต่างๆ ตกเย็นชาวบ้านจะรวมตัวกันก่อกองไฟ มีการเต้นรำของหญิงชนเผ่า คล้ายกับแสดงรับขวัญสมาชิกใหม่ เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ ที่ราบสูงบอละเวน แปลว่า ที่อยู่ของชาวละเวน เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีมากสุดในบริเวณนี้

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
  • ที่พักที่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหาได้ค่อนข้างยากลำบาก เพราะแต่ละแห่งอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก จะมีที่พักแบบโรงแรมระดับ 3-4 ดาว เรือนพัก และตึกแถว เรียงรายอยู่รอบตัวเมือง โดยมีศูนย์กลางอยู่ตลาดใหญ่เท่านั้น
ร้านอาหาร
  • ในแขวงสาละวัน ตลาดเป็นศูนย์รวมของอาหารรสชาติดีดีมากมาย มีให้เลือกทั้งอาหารคาว อาหารหวาน อาหารว่าง มีมะพร้าวน้ำหอมลูกโตที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของที่นี่ มีที่นั่งจิบกาแฟโบราณหรือชาจากใบชาลาว ทานคู่กับซาลาเปาทอดไส้หมูบดและเห็ด มีขนมครก ขนมปังฝรั่งเศส มื้อเที่ยงมีของปิ้งๆ ย่างๆ ให้เลือกหลายอย่าง ราคาประมาณ 2,000 กีบ/ไม้ หรือเป็นอาหารญวนก็มี มื้อเย็นมีเฝอ อาหารเวียดนาม ไว้ให้เลือกมากมาย
การเดินทาง
  • ปัจจุบันไม่มีการคมนาคมใดๆ มุ่งหน้าไปถึงแขวงสาละวันได้โดยตรง จะต้องผ่านปากเซก่อน จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงสระบุรี เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 24 ไปถึงอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 629 กิโลเมตร ขับรถไปตามเส้นทางหมายเลข 207 ไปยังด่านพรมแดนช่องเม็ก ไปสู่เมืองปากเซ จะเลือกนั่งรถโดยสารหรือรถแท็กซี่ไปยังเมืองปากเซก็ได้ ระยะทาง 42 กิโลเมตร เมื่อถึงปากเซต้องต่อรถโดยสารสายใต้เข้าแขวงสาละวัน มีรถ 4เที่ยว/วันคือ 07.30, 09.00, 12.15 และ 14.00 น. ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง
เซกอง
อยู่ติดชายแดนเวียดนาม กับแขวงสาละวัน เซกองอาจดูเป็นเมืองเงียบเหงา ผู้คนไม่พลุกพล่าน แต่กลับมีพาหนะสัญจรค่อนข้างมาก เพราะแต่ละเมืองอยู่ห่างไกลกัน และมีชนเผ่าตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่วพื้นที่ของเซกอง แขวงเซกองมีรถประจำทางให้บริการจากเมืองปากเซไปถึงเมืองเซกองได้เลย และเมืองเซกองเป็นเมืองหลวงเล็กๆ ที่อยู่ในวงล้อมแม่น้ำเซกอง มีชนเผ่าอาศัยกระจายอยู่ทั่วเมือง ทั้งเป่ากะตู ตะเวียง แงะ ตะโอย ละแว
ละเวน อาลัก และย่าเฮน

สถานที่ท่องเที่ยว
น้ำตกเซกะตาม น้ำตกที่สูงที่สุดของประเทศลาว มีความสูง 120 เมตร ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านหลัก 52 ห่างจากตัวเมืองมาทางทิศใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร การเดินทางควรเหมารถกระบะ 4 WD เพราะเป็นทางดินแดงลูกรังยาวกว่า 15 กิโลเมตร สามารถติดต่อรถได้ที่ (1) นายหลอม ร้านขายเครื่องก่อสร้างตรงข้ามศาลาตลาดขายของสด โทร. (856 20) 270 0497 ราคา 1,000 - 1,500 บาท/วัน (2) นายคำม้าว ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งรถ อยู่ก่อนถึงร้านนายหลอม มีรถกระบะให้เช่า ราคา 1,000 - 1,500 บาท/วัน หรือรถมอเตอร์ไซด์ 400-500 บาท/วัน โทร. 030 211 092, (856 20) 983 7150 น้ำตกเซกะตามมีทางขึ้นเพียงทางเดียว น้ำตกหมอกจันทน์ หมู่บ้านชาวเผ่าอาลัก หมู่บ้านชาวเผ่าย่าเฮิน ภูหลวง น้ำตกตาดแฝก ศูนย์ศิลปาชีพแม่บ้าน

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
  • ถึงแม้เมืองเซกองจะเป็นเมืองเล็กๆ มีประชากรน้อย แต่ชาวบ้านนิยมเปิดเป็นร้านขายของ ร้านอาหารหรือบ้านพักเกสต์เฮาท์ ใต้อาคารพักของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ราคาตั้งแต่ 30,000 - 75,000 กีบ/คืน
ร้านอาหาร
  • ร้านอาหารที่เมืองเซกองมีให้เลือกมากมาย ทั้งร้านเฝอ หมูปิ้ง เนื้อปิ้ง ร้านอาหารไทย ลาว เวียดนาม จีน ยุโรป ที่ตั้งร้านขึ้นภายในตัวบ้าน
การเดินทาง
  • การเดินทางไปยังแขวงเซกอง สามารถเลือกได้ 2 เส้นทาง จากกรุงเทพมหานคร สามารถเลือกเข้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหารหรือที่ด่านช่องเม็กจังหวัดอุบลราชธานีก็ได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมเข้าทางช่องเม็ก แล้วนั่งรถโดยสารหรือรถแท็กซี่ต่อไปยังเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก และต่อรถโดยสารที่สถานีขนส่งเมืองปากเซสามารถเลือกรถปากเซ-แขวงเซกอง หรือ ปากเซ-แขวงอัตตปือก็ได้ เพราะเป็นเส้นทางเดียวกัน ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง แต่ถ้าเลือกไปด่านจังหวัดมุกดาหาร เพื่อไปต่อรถที่สถานีขนส่งประจำแขวงสะหวันนะเขตมายังแขวงเซกอง ต้องรอขึ้นรถโดยสารที่วิ่งมาจากเวียงจันทน์ไปอัตตะปือเท่านั้นและต้องลงที่เซกองก่อน

การเดินทางภายในเมือง

จักรยานและมอเตอร์ไซค์ เป็นที่นิยมในหลวงพระบาง

เทศกาลที่น่าสนใจในหลวงพระบาง

นอกจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่และภาษาที่ไทย-ลาวมีความคล้ายคลึงกันแล้ว งานประเพณีต่างๆ ตลอดปีของลาว ฮีตสิบสอง ก็ดูไม่ต่างจากชาวไทยในภาคอีสานนัก (ฮีต หมายถึงจารีต สิบสอง หมายถึงเดือนทั้ง 12 เดือนในรอบหนึ่งปี)

ผู้แก่แม่เฒ่าบอกว่าเจ้ามหาชีวิตแห่งหลวงพระบางต้องไปสักการะพระพุทธรูปในถ้ำ เป็นประเพณีที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่หลังเสร็จงานบุญที่หลวงพระบางแล้วประมาณ 2-3 วัน พระองค์จะนำข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ พระสงฆ์ และประชาชนขึ้นไปสรงน้ำพระพุทธรูปที่ถ้ำติ่งบนก่อน แล้วจึงลงมาทำพิธีที่ถ้ำติ่งล่าง

เดือนอ้าย : บุญเข้ากรรม
ช่วงที่จัด : เดือนธันวาคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาว
ลักษณะงาน : จุดประสงค์ของงานนี้เพื่อให้พระภิกษุ เข้าพิธีกรรมปลงอาบัติด้วยการอยู่ในเขตที่จำกัด เพื่อชำระจิตใจให้สะอาด

เดือนยี่ : บุญคูณลาน
ช่วงที่จัด : หลังฤดูเก็บเกี่ยว
ลักษณะงาน : ก่อนที่จะนำข้าวที่นวดแล้วไปเก็บในยุ้งข้าว จะมีการทำบุญขวัญข้าว มีการนิมนต์พระภิกษุมาสวดเป็นสิริมงคล และเป็นนิมิตรหมายที่ดีให้ปีต่อๆไปทำนาเกิดผลดียิ่งๆขึ้น

เดือนสาม : บุญข้าวจี่
ช่วงที่จัด : หลังงานมาฆะบูชา
ลักษณะงาน : ชาวนาจะนำข้าวจี่หรือข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว ปั้นเป็นก้อนเท่าไข่เป็ดทาเกลือ นำไปเสียบไม้ย่าง จากนั้นตีไข่ทาให้ทั่วแล้วย่างจนไข่สุกและถอดไม่เสียบออกนำน้ำตาลอ้อยยัดลงตรงกลางเป็นไส้ นำถวายพระสงฆ์ในช่วงที่หมดฤดูทำนาแล้ว เพื่อเป็นการทำบุญ

เดือนสี่ : บุญพระเวส
ช่วงที่จัด : เดือนสี่ข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้
ลักษณะงาน : งานบุญพระเวสหรืองานบุญมหาชาติ เช่นเดียวกับงานฟังเทศพระเวสสันดรชาดก อันเป็นชาดกที่ยิ่งใหญ่ ชาวบ้านจะช่วยกันตกแต่งประดับประดาโรงธรรมด้วยดอกไม้ ใช้ดอกบัวประดับธรรมมาสน์ มีการจัดรูปขบวนแห่พระเวสสันดรและนางมัทรีออกจากป่าเข้าในเมืองไปสิ้นสุดที่พระอุโบสถ   มีการเทศน์
มหาเวสสันดรตลอดวัน

เดือนห้า : บุญสงกรานต์
ช่วงที่จัด : ตรุษสงกรานต์
ลักษณะงาน : นับเป็นงานที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดและยังถือเป็นวันปีใหม่ของลาวเช่นเดียวกับของไทย
วันแรกของงาน เรียกว่า “วันสงขารล่อง” ชาวหลวงพระบางจะไปจับจ่ายซื้อของและธงรูปพระพุทธเจ้า เพื่อไปปักกองเจดีย์ทรายริมแม่น้ำโขง ตกเย็นมีการลอยกระทง ภายในกระทงบรรจุกล้วย ขิง ข้าวดำ ข้าวแดง ดอกไม้ ใบพลู ธูป เทียน ดอกดาวเรือง ผมและเล็บของผู้ลอย อธิษฐานให้ทุกข์โศกโรคภัยลอยไปกับกระทง
วันที่สอง เรียกว่า “วันเนา” ช่วงเช้ามีการแห่รูปหุ่นเชิดปู่เยอย่าเยอและสิงห์แก้ว สิงห์คำ ช่วงบ่ายขบวนแห่ซึ่งนำโดยปู่เยอย่าเยอ ผู้เฒ่าผู้แก่ หัวหน้าหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้าน ขบวนพระสงฆ์ นางสงกรานต์ (นางวอ) ขี่สัตว์พาหนะบนรถแห่ ปู่เยอย่าเยอก็จะฟ้อนรำ อวยพระให้ลูกหลาน
วันที่สาม เรียกว่า “วันสังขารขึ้น” ชาวหลวงพระบางทำข้าวเหนียวนึ่งและนมลูกกวาด พากันเดินขึ้นภูษี ภูเขาสูงกลางเมืองหลวงพระบาง ระหว่างเดินจะวางข้าวเหนียวและขนมไว้ตามหัวเสาบันไดจนถึงองค์พระธาตุ วิธีการนี้เรียกว่าเป็นการตักบาตรภูษี มีการโยนข้าวเหนียวลงป่าข้างองค์พระธาตุเป็นการให้ทาน ช่วงบ่ายมีขบวนแห่นางสังขารและอัญเชิญศีรษะท้าวกบิลพรหมจากวัดเชียงทองไปยังวัดวิชุน มีการสรงน้ำพระที่วัดวิชุน
วันที่สี่ นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งมีการแห่พระบาง พระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบาง ปีหนึ่งจะอัญเชิญออกมาให้ชาวเมืองสรงน้ำ พระบางนี้จะประดิษฐานอยู่ที่วัดใหม่เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน จากนั้นจะอัญเชิญกลับหอพิพิธภัณฑ์เหมือนเดิม

เดือนหก : บุญบั้งไฟ
ช่วงที่จัด : เดือนหกก่อนฤดูกาลทำนามาถึง ย่างเข้าฤดูฝน
ลักษณะงาน : คล้ายกับงานบุญบั้งไฟของภาคอีสาน จุดประสงค์เพื่อบูชาหลักเมือง และขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ปีใดที่ไม่มีการทำบุญบั้งไฟเชื่อว่าปีนั้นจะเกิดเภทภัยต่างๆ และเป็นสัญญาณว่าฤดูกาลทำนาจะเริ่มต้นแล้ว นับเป็นงานที่กระทำกันมาแต่โบราณ

เดือนเจ็ด : บุญซำฮะ
ช่วงที่จัด : เดือนเจ็ด
ลักษณะงาน : งานเล็กๆ แต่สำคัญ จุดประสงค์เพื่อเป็นการชำระล้างเสนียดจัญไรที่จะเกิดกับบ้านเมือง เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบสุข

เดือนแปด : บุญเข้าพรรษา
ช่วงที่จัด : วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
ลักษณะงาน : เป็นการเริ่มต้นฤดูเข้าพรรษาเหมือนชาวไทย พระสงฆ์จะหยุดออกบิณฑบาตรเป็นเวลา 3 เดือนตามพุทธบัญญัติ นับแต่วันเข้าพรรษาเป็นต้นไปในวันแรกนี้จะมีการทำบุญกันที่วัดต่างๆ

เดือนเก้า : บุญห่อข้าวประดับดิน การส่วงเฮือ และการล่องเฮือไฟ
ช่วงที่จัด : เดือนเก้า
ลักษณะงาน : บุญห่อข้าวประดับดิน เป็นการทำพิธีกรรมอุทิศส่วนกุศลให้กับวิญาณบรรพบุรุษ และวิญญาณไร้ญาติให้ออกมารับส่วนบุญ ชาวบ้านจะนำอาหารหวานคาว บุหรี่ หมาก พลู ใส่ลงในกรวยใบตองไปวางตามพื้นดินหรือใต้ต้นไม้บริเวณรั้วบ้าน รั้ววัด การส่วงเฮือ (ส่วง หมายถึง แข่งขัน เฮือ หมายถึง เรือ) เป็นงานบุญแข่งเรือประจำเดือนเก้า ทุกคุ้ม (หมู่บ้าน) จะนำเรือเข้าแข่งขัน ในอดีตการแข่งเรือถือเป็นการฝึกซ้อมฝีพายเพื่อต่อสู้ข้าศึกที่มาทางน้ำ ปัจจุบันนับเป็นงานบุญที่สนุกสนานงานหนึ่งของชาวหลวงพระบาง

เดือนสิบ : บุญข้าวสาก
ช่วงที่จัด : วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10
ลักษณะงาน : จุดประสงค์ของการจัดงานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คนตายหรือเปรต ห่างจากงานวันบุญข้าวประดับดิน 15 วัน อันเป็นเวลาที่เปรตต้องกับไปยังที่อยู่ของตน

เดือนสิบเอ็ด : บุญออกพรรษา
ช่วงที่จัด : วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
ลักษณะงาน : เป็นงานตักบาตรเทโว มีการจัดอาหารไปถวายพระภิกษุสามเณร มีการกวนข้าวทิพย์ (กระยาสารท) ถวาย มีการถวายผ้าจำนำพรรษาและปราสาทผึ้ง โดยการนำไม้ไผ่มาสานเป็นรูปปราสาท ตกแต่งสวยงาม จัดขบวนแห่ปราสาทผึ้งไปถวายพระในตอนค่ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ

เดือนสิบสอง : บุญกฐิน
ช่วงที่จัด : แรม 1 ค่ำ เดือน 11 - เดือนเพ็ญ เดือน 12
ลักษณะงาน : เป็นการถวายผ้าแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษามาตลอดช่วงเข้าพรรษา นับเป็นงานบุญที่กระทำกันมาแต่โบราณ

เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ

Let You Know

  • ภาษา
    ไปเยี่ยมยาม (เยี่ยมเยือน) เมืองลาวให้ม่วนซื่น (สนุกสนาน) ก็ต้องฮู้ (รู้) สักหน่อยว่าเขาโอ้โลม
    (พูดคุย) กันจั๋งได๋ (อย่างไร)

  • สรรพนามที่ใช้เรียกขานกัน
    • ข้อย = ฉัน
       
    • พวกเฮา = เรา
       
    • เจ้า = คุณ
       
    • มัน = มัน
       
    • พวกเจ้า = พวกท่าน
       
    • หยัง = อะไร
       
    • ท้าว = นาย
       
    • สาว = นางสาว
       
    • แม่ = นาง

  • อาหารการกิน
    • ข้าวเซ่้า = อาหารเช้า
       
    • ข้าวสวาย = อาหารกลางวัน
       
    • ข้าวแลง = อาหารเย็น
       
    • แต่งกิ่น ทำกับข้าว = ทำอาหาร
       
    • ร้านกิ่นดื่ม = ร้านอาหาร
       
    • กิ่นเข่า = กินข้าว
       
    • ซิ้นงัว = เนื่อวัว
       
    • ซิ้นหมู = เนื้อหมู
       
    • หมูปิ้น = หมูหัน
       
    • ผักซู = กะหล่ำปลี
       
    • หมากเผ็ด = พริก
       
    • หมากไม้ = ผลไม้
       
    • หมากเขียบ = น้อยหน่า
       
    • หมากฮุ่ง = มะละกอ
       
    • หมากนัด = สับปะรด
       
    • หมากจอง = ชมพู่
       
    • หมากม่วง = มะม่วง
       
    • หมากโม = แตงโม
       
    • หมากเกี้ยง (ใหญ่) = ส้มโอ
       
    • ข้าวเจ้า = ข้าวสวย
       
    • ข้าวเปียก = ข้าวต้ม
       
    • ข้าวคั่ว = ข้าวผัด
       
    • เฝอ = ก๋วยเตี๋ยว
       
    • หม้ำ = ไส้อั่ว
       
    • คั่วหมี่ = หมี่ผัด
       
    • ซิ้นจุ่ม = แจ่วฮ้อน
       
    • น้ำบอลิสุด = น้ำเปล่า
       
    • น้ำหวาน = น้ำอัดลม
       
    • น้ำก้อน = น้ำแข็ง
       
    • ซาเย็น = น้ำแข็งใส่ชา
       
    • ซาหวานเย็น = ชาดำเย็น
       
    • กะแลม = ไอศกรีม
       
    • ขนมคู่ = ปาท่องโก๋
       
    • ข้าวจี่ = ขนมปัง
       
    • แซ่บหลาย = อร่อยมาก
       
    • ฮ้อน = ร้อน
       
    • ส้ม = เปรี้ยว
       
    • แก้ว = ขวดน้ำ
       
    • ท่อดูด = หลอดดูด
       
    • จอก = แก้วน้ำ
       
    • แก้ว = ขวด
       
    • ชาม = กะละมัง
       
    • ถ้วย = ชาม
       
    • เจี้ยอนามัยผ้าอนามัย = กระดาษทิชชู่
       
    • ไล่เงิน = เก็บเงิน (เวลาไปทานอาหาร)

  • ช้อปปิ้ง
    • เท่าได๋ = เท่าไหร่
       
    • ถึก = ถูก
       
    • แพง = แพง
       
    • จักรคิดไล่ = เครื่องคิดเลข
       
    • มักหลาย = ชอบมาก
       
    • แพงหลาย = แพงมาก
       
    • ลดได้บ่ = ลดหน่อยได้ไหม
       
    • หลุดราคา = ลดราคา
       
    • ซอกซื้อ = หาซื้อ
       
    • คำ = ทองคำ
       
    • ทอง = ทองเหลือง
       
    • คำกิโล = ทอง 99 เปอร์เซ็นต์
       
    • หลายโพด = มากไป
       
    • น้อยโพด = น้อยไป
       
    • อันนี่แม่นหยัง = นี่อะไร
       
    • หยัง แม่นหยัง = อะไร
       
    • อันนั้นแม่นหยัง = นั่นอะไร
       
    • ลดใหญ่ = รถยนต์
       
    • ลดจัก = รถมอเตอร์ไซค์
       
    • ลดถีบ = รถจักรยาน
       
    • สามล่อ = รถสามล้อ
       
    • ลดเม = รถประจำทาง
       
    • แอ๊ดซัง = เบนซิน
       
    • กาซวน = โซล่า
       
    • ปิล็อต = นักบิน, กัปตัน
       
    • โอแตส สาวอากาศ = แอร์โฮสเตส
       
    • เดิ่นบิน = สนามบิน
       
    • เดิ่นกีฬา = สนามกีฬา
       
    • ปี้ = ตั๋ว
       
    • ปี้ยน = ตั๋วเครื่องบิน
       
    • บ่อนขายปี้ = ที่ขายตั๋ว
       
    • ข้าวของ = กระเป๋า สัมภาระเดินทาง
       
    • เคื่อง = สินค้า
       
    • สินค้า = ขายสินค้า
       
    • ขายเคื่อง = ผ้า
       
    • แผ่นแพ ผ้าแพ = เสื้อผ้าสำเร็จรูป
       
    • โส้ง = กางเกง
       
    • ซิ่น = ผ้านุ่ง

  • คำทักทาย
    • ซำบายดี = สวัสดี
       
    • ขอบใจ = ขอบคุณ
       
    • ขอบใจหลายๆ = ขอบคุณมาก
       
    • บ่เปนหยัง = ไม่เป็นไร
       
    • ขอโทด = ขอโทษ
       
    • ขอให้เข้มแข็ง = ขอให้มีสุขภาพดี
       
    • ขอให้มั่นยืน = ขอให้อายุยืน
       
    • ข้อยฮักเจ้า = ฉันรักเธอ
       
    • บ่ดี = ไม่ดี
       
    • งาม = สวย
       
    • เจ้าชู้ = รูปงามมีเสน่ห์ (คำชม)
       
    • น่าฮัก = น่ารัก
       
    • แม่นแล้ว = ใช่
       
    • บ่., บ่แม่น = ไม่ใช่
       
    • ลาก่อน = ลาก่อน (จากไปไกล)
       
    • โซกดี = ลาก่อน (ยังอยู่ใกล้)
       
    • ยินดีที่ฮู้จัก = ยินดีที่ได้รู้จัก
       
    • เจ้าซื่อหยัง = คุณชื่ออะไร
       
    • ข่อยซื่อ = ฉันชื่อ
       
    • เจ้ามาแต่ไส = คุณมาจากไหน
       
    • สบายดีบ่ = คุณเป็นอย่างไรบ้าง

  • คำทั่วไป
    • เฮ็ด = ทำ
       
    • ซอย ซอยเหลือ = ช่วย
       
    • ฮู้ = รู้
       
    • เยี่ยมยาม = เยี่ยมเยือน
       
    • โอ้โลม = พูดคุย สนทนา
       
    • บ่ย่าน = ไม่กลัว
       
    • ไข = เปิด
       
    • อัด = ปิด
       
    • แถ = โกน
       
    • ขวัด= แคะ
       
    • ปด = ถอด
       
    • ถอก = เท (น้ำ)
       
    • แว่ = แวะ
       
    • วันพะหัด = วันพฤหัสบดี
       
    • ยามเช้า = ตอนเช้า
       
    • ยามสวย = ตอนสาย
       
    • ยามแลง = ตอนเย็น
       
    • มื่อนี่ = วันนี้
       
    • เซ่านี่ = เช้านี้
       
    • มื่อแลง = เย็นนี้
       
    • วันพุก, มื่ออืน = พรุ่งนี้
       
    • วันฮือ = มะรืนนี้
       
    • มื่อวานนี่ = เมื่อวานนี้
       
    • จั๊กโมงแล้ว = กี่โมงแล้ว
       
    • แต่โดน = นานมาแล้ว
       
    • บ่โดน = ไม่นาน
       
    • หว่างแล้ว = ไม่นานมานี้
       
    • เทือ = ครั้ง
       
    • ม่อๆ นี้ = เร็วๆ นี้
       
    • ฮ้าย = ดุ
       
    • ม่วนซื่น = สนุกสนาน
       
    • ฮับต้อน = ต้อนรับ
       
    • เฮ็ดเวียก = ทำงาน
       
    • ลัก = ขโมย
       
    • พัวพัน = ติดต่อ
       
    • ซุกยู้ = สนับสนุน, ส่งเสริม
       
    • นายภาษา = ล่าม
       
    • ผู้ต่างหน้า = ตัวแทน, ผู้แทน
       
    • ห้องการ = สำนักงาน
       
    • ไปนอก = ไปห้องน้ำ
       
    • น้ำของ = แม่น้ำโขง
       
    • ขัว = สะพาน, ขวา
       
    • อ่างดาวเทียม = จานดาวเทียม
       
    • ป่องเยี่ยม = หน้าต่าง
       
    • แว่นแยง = กระจกส่องหน้า
       
    • ตะเว็น = พระอาทิตย์
       
    • ทิ่ม = ทิ้ง, ทำให้ตก (สิ่งของ ขยะ)
       
    • ขี้เหยื่อ = ขยะ
       
    • โฮงแฮม = โรงแรม
       
    • พะยาด = โรคภัยไข้เจ็บ
       
    • นายแพด = บุรุษพยาบาล
       
    • นางแพด = นางพยาบาล
       
    • โฮงหมอ = โรงพยาบาล
       
    • ท่านหมอ = นายแพทย์.แพทย์หญิง
       
    • ห้องการป้องกันความสงบ = สถานีตำรวจ
       
    • ทะนาคาน = ธนาคาร
       
    • จั๋งได๋ = อย่างไร
       
    • เกิบ = รองเท้า
       
    • ลองเท้า = ถุงเท้า
       
    • ตั่ง = เก้าอี้
       
    • โมง = นาฬิกา
       
    • ฮ้านแปงโมง = ร้านซ่อมนาฬิกา
       
    • ฮ้านจอดยาง = ร้านปะยาง
       
    • สบู่ฝุ่น = ผงซักฟอก
       
    • แพ้ = ชนะ
       
    • เสียให้ = แพ้
       
    • แอบกาย = ออกกำลังกาย
       
    • หลวง = ใหญ่โต
       
    • กะปอมหลวง = ไดโนเสาร์
       
    • จำปาหลวง (เซียงเมี่ยง) = ดอกลั่นทม
       
    • เจ้ามหาชีวิต = ในหลวง
       
    • หมั้นยืน = ยืนยาว
       
    • เฮือนพัก = บ้านพัก เกสต์เฮาส์
       
    • ถุงยาง = ถุงพลาสติก
       
    • เซินซาบ = โปรดทราบ
       
    • ตื่นตาม = ตื่นตูม
       
    • บ่อนท่องเที่ยว = สถานที่ท่องเที่ยว
       
    • ย่าง = เดิน
       
    • ถ้ำติ่ง.ถ้ำหินติ่ง = ถ้ำหินงอกหินย้อย
       
    • วันสังขานล่อง = วันสงกรานต์
       
    • วันสังขานขึ้น = วันปีใหม่
       
    • ใบยั่งยืน = ใบประกาศเกียรติคุณ
       
    • ใบประหยัด = ระวัง
       
    • เสีย = หาย
       
    • มอดไฟ = ดับไฟ
       
    • ไฟอำนาจ = ไฟแดง
       
    • ไฟเกียม = ไฟเหลือง
       
    • ไฟเสรี = ไฟเขียว
       
    • กะเกียม = ตระเตรียม
       
    • บ่ค่อยมัก = ไม่ค่อยชอบ
       
    • ต่ำหูก ตำแผ่น = ทอผ้า
       
    • ปาฝา = ตะพาบน้ำ
       
    • ทั้งพวง = ทั้งระบบ
       
    • ปูยาง = ราดยาง
       
    • บ่อนนั่ง = ที่นั่ง
       
    • ห้ามสูบยา = ห้ามสูบบุหรี่
       
    • ตาด = น้ำตก
       
    • ทุ่งเพียง = ที่ราบ
       
    • พูเพียง = ที่สูง
       
    • พูดอย = ภูเขา
 

17-08-2009 12:41:00
 expandข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลทั่วไป
 expandข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
 expandเกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
 expandสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
ฟูกูโอกะ
โกเบ
ฮิโรชิม่า
เกียวโต
พาราณสี
รัสเซีย
บาร์เซโลนา
สเปน
ซานฟรานซิสโก
อินเทอลาเกน
เนอชาแตล
สกอตแลนด์
โตเกียว
แชงกรีล่า
ลี่เจียง
สิงค์โปร์
Town Name Argentina
ปารีส และแวร์ซายส์
โพรวองซ์
ปากเซ แขวงจำปาสัก
หลวงพระบาง
มาเก๊า
แมนเชสเตอร์ - ลิเวอร์พูล
ควีนสแลนด์
ซีอาน
พุทธคยา
กุสินารา
ลุมพินีวัน
ทิวลิป เกอเกิ้นฮอฟ
อินน์สบรูก
เวียนนา
เซี่ยงไฮ้
ปักกิ่ง
ฮ่องกง
คุนหมิง
ฮอยอัน - โฮจิมินห์
เวนิส
มิวนิก
เกาหลีใต้ กรุงโซลและเกาะเชจู
ฮานอย - เว้
โรม
ฟลอเรนซ์
เบอร์ลิน
กัวลาลัมเปอร์ - เกนติ้ง
ปีนัง - ลังกาวี - มะละกา
ซิดนีย์
มัลดีฟส์
เดลี
ตุรกี - อิสตันบูล
ลอนดอน - บาธ
อินโดนีเซีย - เกาะชวา
อินโดนีเซีย - บาหลี
มุมไบ
อียิปต์
เมืองแองเคอเรจ รัฐอลาสก้า
ไทเป
เคนยา
พม่า
ไทจง
จังหวัดอี้หลัน เกาะไทเป
Amalfi
ไต้หวัน
Capri
เมืองหนานโถว เกาะไต้หวัน
ซาปา
Frence Riviera
UDAIPUR The Romantic Heaven on Earth
Dazzling HYOGO
 expandท่องเที่ยวตามงบประมาณ
สัมผัสวิถีชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติที่วังเวียง-เวียงจันทน์ ระยะเวลา 2 คืน 3 วัน งบประมาณ 5,200 บาทต่อคน
เดินเล่นที่บ้านพี่เมืองน้อง หลวงพระบางเมืองแห่งอารยธรรมโลก หลวงพระบาง 2 คืน 3 วัน งบประมาณ 12,000 บาทต่อคน
 expandบันทึกการเดินทางประทับใจ
นิวัตรา ขำแก้ว นางแบบ, เจ้าของร้าน The GGUB Narandha
คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูสอนภาษาอังกฤษ และพิธีกรรายการคริส ดิลิเวอรี่
แสงทอง เกตุอู่ทอง และ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นางแบบ และ นายแบบ - นักแสดง
 
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย