Skip to main content
  ค้นหา:
Join:

KBeautifullife > Travel > แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
 
ข้อมูลทั่วไป
Share | |

 
 

“นครราชสีมา” ดินแดนแห่งผืนป่า และอารยธรรม

ผีเสื้อตัวหนึ่งเกาะอยู่บนดอกไม้สีสวย เสียงนกร้องดังมาจากที่ไหนสักแห่งในป่า “เขาใหญ่” สายน้ำไหลลงมาจากชั้นหินบนภูเขาสูง ตกลงสู่เบื้องล่าง
กวางขี้อาย หลบนักท่องเที่ยวอยู่หลังพุ่มไม้สีเขียวเข้ม ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน หล่อเลี้ยงชีวิตมากมายในผืนป่า ภาพเขียนสีรูปพิธีกรรมลี้ลับที่เพิงผา ลูกปัดล้ำค่าพร้อมด้วยภาชนะดินเผารูปทรงต่างๆ ในหลุมขุดค้น และปราสาทหินอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรขอมโบราณ ล้วนเป็นร่องรอยหลักฐานความ
เก่าแก่ของเมืองที่น่าค้นหา คงไม่ใช่ทุกจังหวัดที่จะเป็นแหล่งรวม ทั้งธรรมชาติ และอารยธรรมอันรุ่งเรืองเหมือนกับดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่มีชื่อว่า “นครราชสีมา”


จังหวัดนครราชสีมา มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งแหล่งธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงอารยธรรมขอมโบราณอันยิ่งใหญ่ มาทำความรู้จักกับเมืองใหญ่แห่งที่ราบสูง โคราชแห่งนี้กันดีกว่า โดยเริ่มต้นกันที่...

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่


อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก มีเนื้อที่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2505 และได้รับสมญาว่าเป็น อุทยานมรดกของอาเซียน
พื้นที่ป่าส่วนใหญ่ของเขาใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ และป่าดิบชื้น ภูมิประเทศสลับซับซ้อนประกอบด้วย “เขาร่ม” ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด โดยมีความสูงถึง 1,351 เมตร ส่วนยอดเขาอื่นๆ ที่สำคัญ มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800 - 1,300 เมตร ได้แก่ “เขาแหลม” “เขาเขียว” “เขาสามยอด” “เขาฟ้าผ่าสูง” “เขากำแพง” “เขาสมอปูน” และ “เขาแก้ว”
แม้ในฤดูร้อน เขาใหญ่ก็มีอากาศเย็นสบาย เพราะป่ามีความอุดมสมบูรณ์สูง อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส ป่าเขาใหญ่มีพืชพันธุ์ต่างๆ มากมาย รวมถึงสัตว์ป่าหลากชนิด สัตว์ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบได้บ่อยครั้ง ได้แก่ เก้งและกวาง ซึ่งอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า นอกจากนี้หากโชคดียังอาจพบช้างป่า หมีควาย หมูป่า ชะนี เม่น พญากระรอก หมาไน ชะมด อีเห็น รวมทั้งเสือโคร่ง และกระทิงอีกด้วย
 

กิจกรรม
  • ส่องสัตว์
    ทางอุทยานฯ ได้สร้างหอสูงสำหรับส่องดูสัตว์ไว้ 2 จุด ได้แก่ บริเวณมอสิงโต และหนองผักชี
    นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปส่องสัตว์ได้ระหว่างเวลา 8.00 - 18.00 น. ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งรถส่องสัตว์ในเวลากลางคืน สามารถติดต่อที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเวลา 18.00 น.

     
  • ดูนก ชมแมลง
    เขาใหญ่มีนกจำนวนไม่น้อยกว่า 293 ชนิด ที่น่าสนใจได้แก่ “นกเงือก” ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้ว่า ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ส่วนนกที่นักท่องเที่ยวสามารถพบได้บ่อย คือ นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกะปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นอกจากนี้
    ยังมีแมลงสวยงามอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่ามากมาย โดยเฉพาะ “ผีเสื้อ” ซึ่งมีอยู่ถึง 5,000 ชนิด

     
  • เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ
    อุทยาน ฯ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกว่า 20 เส้นทาง ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักท่องเที่ยว บางแห่งใช้เวลาเดินราว 1 - 2 ชั่วโมง เช่น เส้นทางศึกษาธรมชาติ “กองแก้ว” บางแห่งต้องค้างแรมในป่า เช่น เส้นทางน้ำตกนางรอง-เขาใหญ่ เส้นทางเขาสมอปูน หรือเส้นทางหน่วยฯ ขญ.4-น้ำตกวังเหว
    เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอรายละเอียดและเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน ฯ
สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยาน
  • น้ำตกกองแก้ว
    น้ำตกเตี้ยๆ ที่เกิดจากห้วยลำตะคอง ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดนครนายกและนครราชสีมา
    สามารถเดินเท้าเข้าถึงได้ โดยห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 100 เมตร มีสะพานเชือกทอดข้ามลำน้ำ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นสั้นๆ

     
  • น้ำตกผากล้วยไม้
    น้ำตกขนาดกลาง ที่สายน้ำสองสายไหลผ่านชั้นหินทีละชั้นมาบรรจบกัน น้ำตกแห่งนี้ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้ทั้งโดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็น “กล้วยไม้หวายแดง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกผากล้วย
     
  • น้ำตกเหวสุวัต
    น้ำตกแห่งนี้ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากลานจอดรถเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไป
    ประมาณ 3 กิโลเมตร ช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมาก และมีอุณหภูมิเย็นจัด

  • น้ำตกเหวไทร-เหวประทุน
    จากน้ำตกเหวสุวัต มีป้ายบอกทางเดินต่อไปยังน้ำตกสองแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก ทางลงสู่น้ำตกมีความอุดมสมบูรณ์และร่มรื่นมาก ดังนั้น ระหว่างทางอาจได้พบกับสัตว์เล็กๆ เช่น นกและกระรอก
     
  • น้ำตกเหวนรก
    เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และสูงที่สุดของอุทยานฯ เป็นเขตหากินของช้างป่า อยู่ห่างจากที่ทำการฯลงมาทางทิศใต้ ทางที่จะลงไปปราจีนบุรี โดยต้องเดินเท้าแยกจากทางสายหลักไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงจุดชมวิว น้ำตกแห่งนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไป

  • น้ำตกไม้ปล้อง
    น้ำตกไม้ปล้อง เพิ่งได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เมื่อไม่นานมานี้ แม้ว่าจะถูกพบนานมาแล้ว น้ำตกมีทั้งหมด 5 ชั้น ลดหลั่นกันลงมา ชั้นสูงสุดไม่เกิน 12 เมตร ตลอดเส้นทาง
    เดินเท้า นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความสวยงามของโขดหินตามธรรมชาติมากมาย การเดินทางไปที่น้ำตกแห่งนี้ต้องเริ่มต้นที่วังตะไคร้ จังหวัดนครนายก แล้วเดินเท้าประมาณ 24 กิโลเมตร สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่หน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.9 (นางรอง)
ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

ที่พัก
ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรมบริเวณผากล้วยไม้ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้กว่า
1,000 คน โดยมีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่า นอกจากนั้นยังมีค่ายพักบริการอีก 2 แห่งคือ ค่ายพักกองแก้ว และค่ายพักเยาวชน ซึ่งรับนักท่องเที่ยวได้ รวม 250 คน ติดต่อขออนุญาตได้ที่ที่ทำการฯ ก่อนเวลา 18.00 น. สอบถามรายละเอียดที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0-2562-0760 หรือ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปณ.9 อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130 หรือ
www.dnp.go.th

ร้านอาหาร
เขาใหญ่ มีร้านค้าสวัสดิการขายอาหารให้บริการภายในอุทยาน ฯ

การเดินทาง
    - รถยนต์
    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 205 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ แยกจากถนนมิตรภาพตรง กิโลเมตรที่ 56 ไปตามถนนธนะรัชต์ประมาณ 23 กิโลเมตร ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากกรุงเทพฯ - แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก - ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่ แต่เส้นทางนี้ค่อนข้างชันจึงเหมาะที่จะใช้เป็นทางลงมากกว่า

    - รถประจำทาง
    หากโดยสารรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ให้ลงที่อำเภอปากช่อง แล้วต่อรถสองแถวขึ้นเขาใหญ่
    บริเวณหน้าตลาดปากช่องมีรถบริการระหว่างเวลา 6.00 - 17.00 น. แต่จะจอดแค่ด่านเก็บเงิน จากนั้นต้องโบกรถขึ้นไปยังที่ทำการฯ หรือจะเช่ารถจากปากช่องเลยก็ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ปัจจุบันมีการจำกัดขนาดยานพาหนะและเวลาในการเข้าอุทยานฯ เช่นห้ามรถยนต์ขนาดมากกว่า 40 ที่นั่ง ทุกชนิด ขึ้นและลงเส้นทางระหว่างด่านศาลเจ้าพ่อปากช่องถึงที่ทำการอุทยานฯ และระหว่างด่านเนินหอม ถึงที่ทำการอุทยานฯ ระหว่างเวลา 16.00 - 06.00 น. และห้ามรถยนต์ขนาดมากกว่า 40 ที่นั่ง ที่เป็นสองชั้นหรือมีความสูงมากกว่า 3.50 เมตร และกรณีรถปรับอากาศต้องมีจำนวนแรงม้าไม่น้อยกว่า 280 แรงม้า และกรณีรถไม่ปรับอากาศ มีจำนวนแรงม้าไม่น้อยกว่า 250 แรงม้า

- ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ออกประกาศกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว ที่จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ดังนั้น ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทร. 08-1877-3127
และ 08-6092-6531 ตลอด 24 ชั่วโมง

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
 
อนุสรณ์แด่วีรกรรมอันกล้าหาญของวีรสตรีไทย นามว่า “ท้าวสุรนารี” หรือ “ย่าโม” ของชาวโคราช ตั้งอยู่กลางเมือง หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน ในท่ายืนมือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอวหันหน้าไปทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนฐานไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน
ท้าวสุรนารีมีนามเดิมว่า “โม” เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ได้ยกทัพเข้ายึดเมืองโคราช คุณหญิงโมได้รวบรวมชาวบ้านเข้าสู้รบและต่อต้านกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ไม่ให้ยกมาตีกรุงเทพฯได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมให้เป็น “ท้าวสุรนารี” ชาวโคราชมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารีขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน เป็นประจำทุกปี
 

การเดินทาง
อนุสาวรีย์ย่าโมตั้งอยู่กลางเมืองโคราช หากเดินทางมาจากกรุงเทพ ฯ ผ่าน จ.สระบุรี มาทาง
จ.นครราชสีมา เมื่อเข้าตัวเมือง ให้สังเกตด้านขวามือจะมีป้ายบอกทาง ให้เลี้ยวขวา แล้วตรงไปประมาณ 800 เมตร อนุสาวรีย์อยู่ทางด้านขวามือ


ข้อมูลเพิ่มเติม
มีทางลาดสำหรับผู้ใช้ wheel chair เข้าสู่อนุสาวรีย์

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
 
ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ประกอบด้วยโบราณสถานในอารยธรรมขอมโบราณอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ
“ปราสาทหินพิมาย” จากหลักฐานศิลาจารึกและรูปแบบศิลปะ บ่งบอกว่าปราสาทหินแห่งนี้ คงจะเริ่มสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกครั้งในราวต้น
พุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รูปแบบทางศิลปกรรมของตัวปราสาทเป็นแบบ “ปาปวน” โดยมีลักษณะของศิลปะแบบ “นครวัด” ปะปนอยู่บ้าง

แผนผังของปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 565 เมตร ยาว 1,030 เมตร สร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนา นิกายมหายาน นักวิชาการสันนิษฐานว่า “พิมาย” น่าจะมาจากคำว่า “วิมาย” ที่ปรากฏในจารึกภาษาเขมรบนกรอบประตูระเบียงคด ด้านหน้าของปราสาทหินพิมาย โดยอาจเป็นคำที่ใช้เรียกรูปเคารพ หรือศาสนสถาน ปราสาทหินพิมาย หันหน้าไปทางทิศใต้ต่างจากปราสาทหินอื่นที่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่า เพื่อให้หันรับกับเส้นทางที่ตัดมาจากเมืองยโศธรปุระ เมืองหลวงของอาณาจักรขอมโบราณ
 

สิ่งก่อสร้างสำคัญในอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย
สะพานนาคราช ตั้งอยู่ด้านหน้าของซุ้มประตูด้านทิศใต้ของปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นส่วนหน้าของปราสาท แผนผังมีลักษณะเป็นรูปกากบาท ราวสะพานโดยรอบทำเป็นรูปลำตัวพญานาค ชูคอแผ่พังพาน เป็นนาคเจ็ดเศียร หันหน้าออกไปยังเชิงบันไดทั้งสี่ทิศ

ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท ถัดจากสะพานนาคราชเข้ามาเป็นซุ้มประตูหรือที่เรียกว่า
“โคปุระ” ของกำแพงปราสาทด้านทิศใต้ ก่อด้วยหินทราย มีผังเป็นรูปกากบาท และมีซุ้มประตูลักษณะเดียวกันนี้อีก 3 ทิศ โดยมีแนวกำแพงสร้างเชื่อมต่อระหว่างกั นเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซุ้มประตูด้านทิศตะวันตก มี
ทับหลังชิ้นหนึ่งสลักเป็นรูปขบวนแห่พระพุทธรูปนาคปรก ที่ประดิษฐานอยู่เหนือคานหาม


ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน (ระเบียงคด) กำแพงชั้นในของปราสาท ก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันคล้ายเป็นทางเดินมีหลังคาคลุม ซึ่งเป็นลักษณะที่เรียกว่า “ระเบียงคด” มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเดินทะลุกันได้
ตลอดทั้งสี่ด้าน หลังคามุงด้วยแผ่นหิน มีการพบแผ่นทองดุนลายรูปดอกบัว 8 กลีบ บรรจุไว้ในช่องบนพื้นหินของซุ้มประตูระเบียงคดเกือบทุกด้าน เข้าใจว่าคงเกี่ยวข้องกับความเป็นสิริมงคล

ปรางค์ประธาน ปรางค์ประธานของปราสาทหินพิมายสร้างด้วยหินสีขาว ถือเป็นศูนย์กลางของศาสนสถาน แห่งนี้ ด้านหน้ามีมณฑปเชื่อมต่อกับองค์ปรางค์โดยมีฉนวนกั้น องค์ปรางค์และมณฑปตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ส่วนด้านอื่น ๆ อีกสามด้านมีมุขยื่นออกไปมีบันไดและประตูขึ้นลงสู่องค์ปรางค์ทั้งสี่ด้าน

ปรางค์พรหมทัต ตั้งอยู่ด้านหน้าปรางค์ประธาน สร้างด้วยศิลาแลง มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีการพบประติมากรรมรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรได้เก็บรักษาองค์จริงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ส่วนที่เห็นอยู่ภายในปราสาทเป็นองค์จำลอง

ปรางค์หินแดง สร้างด้วยหินทรายสีแดง มีมุขยื่นออกไปเป็นทางเข้าทั้ง 4 ทิศ เหนือกรอบประตูทางเข้าด้านทิศเหนือ มีทับหลังสลักภาพเล่าเรื่องใน “มหาภารตะ” ออกจากระเบียงคด (กำแพงชั้นใน) มาบริเวณลานชั้นนอกทางด้านทิศตะวันตก ล้อมรอบด้วยกำแพงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยอาคารที่เรียกว่า"บรรณาลัย" 2 หลังและมีสระน้ำอยู่ทั้งสี่มุม

เวลาทำการ
อุทยานประวัติศาสตร์พิมายเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.30 - 18.00น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-4447-1568

ข้อมูลเพิ่มเติม
มีทางลาดสำหรับ wheel chair บริเวณรอบอุทยาน ฯ

ฟาร์มโชคชัย
 
ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ - ปากช่อง กิโลเมตรที่ 159 เป็นฟาร์มโคนมที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ประกอบด้วยโรงผลิตนม และโรงงานผลิตไอศกรีม พิพิธภัณฑ์เครื่องจักร และรถที่ใช้งานในยุคบุกเบิกการทำฟาร์ม มีขบวนรถคาราวานนำนักท่องเที่ยวชมรอบบริเวณ ฟาร์มแห่งนี้ มีการ “ท่องเที่ยวเชิงเกษตร” นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ ของการผลิตนมพร้อมดื่ม ตั้งแต่ขึ้นตอนการผลิตน้ำนมดิบ การเลี้ยงโคนม การรีดนม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่ “โรงคาวบอย” เพื่อความเพลิดเพลินของนักท่องเที่ยว การชมสวนสัตว์เปิด ซึ่งสามารถให้อาหารสัตว์และป้อนนมลูกโค

การเดินทาง
ฟาร์มโชคชัย อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางอำเภอปากช่องราว 85 กิโลเมตร ขับรถไปตามถนนมิตรภาพ - ปากช่อง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 159 มีป้ายบอกทางเป็นระยะ

ที่พัก
ทางฟาร์มมี “บูติกแคมป์” เต็นท์ติดแอร์ที่เจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบเน้นสร้างสมาธิ กลับสู่
วิถีธรรมชาติ สร้างความแตกต่างจากรีสอร์ทอื่นๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2998-9381-5
ต่อ 150-157 www.farmchokchai.com


ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 120 บาท (สูงไม่เกิน 140 ซ.ม.) มีรถฟาร์มแทร็กเตอร์บริการพร้อมเจ้าหน้าที่นำชม

ข้อมูลเพิ่มเติม
ฟาร์มโชคชัยเปิดให้เข้าชมทุกวันอังคารถึงวันศุกร์เวลา 10.00 น. / 14.00 น. ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์
วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดต่อเนื่อง เวลา 09.00น. / 10.00 น. / 11.00 น. /13.00 น. / 14.00 น. / 15.00 น. หยุดวันจันทร์ สำรองที่นั่งล่วงหน้า 3 วัน ที่สำนักงานกรุงเทพ ฯ โทร. 0-2532-2846-8 ต่อ 135 ฟาร์มโชคชัย โทร. 0-4432-8485 ต่อ 116, 0-4432-8386

เขาจันทน์งาม
 
แหล่งศิลปะภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังวัดเขาจันทน์งาม โดยเดินเท้าผ่านป่า
และสวนหินเข้าไปประมาณ 150 เมตร จะพบภาพเขียนลงสีแบบเงาทึบสีแดงเป็นแนว ปรากฎอยู่บนเพิงผา
หินทรายด้านหนึ่ง อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 4 เมตร เป็นภาพคนและสัตว์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่หรือกิจกรรมบางอย่างของกลุ่มคนสมัยดังกล่าว เช่น ลักษณะการแต่งกาย การดำรงชีวิต การล่าสัตว์
นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าภาพเขียนดังกล่าว มีอายุราว 3,000 - 4,000 ปีมาแล้ว

การเดินทาง
จากตัวเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา - สระบุรี) ประมาณ 50 กิโลเมตร บริเวณ
กิโลเมตรที่ 200 - 201 มีทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร


แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท
 
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทตั้งอยู่ที่บ้านปราสาทใต้ ตำบลธารปราสาท มีการขุดค้นพบโครงกระดูก
มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 1,500 - 3,000 ปีมาแล้ว หลุมขุดค้นที่มีตกแต่งและเปิดให้ชม มีทั้งหมด 3 แห่ง นับเป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียงที่ได้จัดทำในลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
อย่างไรก็ตาม โครงกระดูกที่เห็นในปัจจุบันเป็นของที่ทำเทียม เนื่องจากโครงกระดูกจริงผุกร่อนไปเพราะ
สภาพแวดล้อม

โครงกระดูกที่บ้านธารปราสาท มีการฝังร่วมกับภาชนะดินเผารูปแบบต่างๆ กำไลเปลือกหอย ลูกปัด
แหวนสำริด กำไลสำริด เครื่องประดับศีรษะทำด้วยสำริด ฯลฯ แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการฝั่งศพ ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ชุมชนโบราณแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีการพบร่องรอยของศาสนสถานในพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 เรียกกันว่า “กู่ธารปราสาท” รวมทั้งเศียรพระพุทธรูปในสมัยเดียวกัน รูปแบบศิลปะเป็นแบบ “ทวารวดี” ซึ่งเป็นร่องรอยของชุมชนในสมัย
ทวารวดี ซึ่งเป็นช่วงแรกเริ่มของสมัยประวัติศาสตร์เมื่อราวพันกว่าปีมาแล้ว


การเดินทาง
ทางรถยนต์จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ถึงกิโลเมตรที่ 44 มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร หากเดินทางโดยรถประจำทางจากกรุงเทพฯ หรือนครราชสีมา ให้นั่งรถสายที่จะไป ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย หรือ กาฬสินธุ์ ลงรถที่กม. 44 แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างจากปากทางเข้าสู่หมู่บ้าน

เขื่อนลำตะคอง
เป็นเขื่อนดิน สร้างกั้นลำตะคองที่ช่องเขาเขื่อนลั่นและช่องเขาถ่านเสียดในปี พ.ศ. 2517 เพื่อนำน้ำเหนือเขื่อนมาใช้ประโยชน์ในด้านชลประทาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมทิวทัศน์บนสันเขื่อนได้ เหมาะสำหรับการเที่ยวชมในช่วงเย็น

การเดินทาง
เขื่อนลำตะคองตั้งอยู่ที่ตำบลลาดบัวขาว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 62 กิโลเมตร มีทางแยกจากทาง
หลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา - สระบุรี) บริเวณกิโลเมตรที่ 196 - 197 ประมาณ 2 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์
จัดแสดงศิลปวัตถุทั้งที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดารวบรวมไว้ รวมทั้งโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรได้สำรวจขุดพบ ในเขตจังหวัดนครราชสีมาตลอดจนจังหวัดใกล้เคียง ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปสมัยต่างๆ ภาชนะดินเผา เครื่องมือใช้สมัยโบราณ ลูกปัด กลองมโหระทึก ไม้แกะสลัก ฯลฯ

การเดินทาง
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสุทธจินดา ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด หากเริ่มต้นที่ประตูชุมพลหลังอนุสาวรีย์ย่าโมเลย ให้ขับรถตามถนนราชดำเนิน ไปจนสุดถนน จะพบสามแยก ให้เลี้ยวขวา จากนั้นเลี้ยวช้ายที่ไฟแดง ตรงไปราว 50 เมตร พิพิธภัณฑ์อยู่ทางขวามือ

ข้อมูลเพิ่มเติม
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-4424-2958 หรือ www.thailandmuseum.com

ปราสาทพนมวัน

ปราสาทขอมแห่งนี้ สันนิษฐานว่าเดิมก่อสร้างด้วยอิฐในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ต่อมาจึงได้สร้างอาคารหินซ้อนทับลงไป เมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 - 19 หลักฐานจากจารึกที่พบ ณ ปราสาทดังกล่าว มีการเรียกปราสาทหลังนี้ว่า “เทวาศรม” สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ต่อมาจึงเปลี่ยนแปลงให้เป็นพุทธสถานในภายหลัง ปรางค์จตุรมุของค์ประธานหลัก ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยมีมณฑปอยู่เบื้องหน้าและมีฉนวน (ทางเดิน) เชื่อมต่อระหว่างอาคารทั้งสอง ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปรางค์ มีอาคารก่อด้วย
หินทรายสีแดงเรียกว่า “ปรางค์น้อย” ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบปราสาทมีระเบียงคดสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ห่างจากโบราณสถานไปทางตะวันตกราว 300 เมตร มีร่องรอยของคูน้ำและเนินดิน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “เนินอรพิม” นอกจากนี้ยังพบศิลาแลงที่มีการจัดเรียงเป็นแนวคล้ายฐานอาคารบนเนินดังกล่าวด้วย

การเดินทาง
ปราสาทพนมวัน ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลโพธิ์ จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา - ขอนแก่น) ประมาณ 15 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางด้านขวามือ แยกเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร

วังน้ำเขียว

วังน้ำเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของนครราชสีมา อยู่ไม่ไกลจาก
เขาใหญ่ มีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น
  • น้ำตกห้วยใหญ่ (อุทยานแห่งชาติทับลาน)
    น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของอำเภอวังน้ำเขียว ด้วยความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ก่อให้เกิดน้ำตกดังกล่าว ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาเยี่ยมเยียน อย่างไม่ขาดสาย น้ำตกมีทั้งหมด 5 ชั้น มีน้ำมากในช่วงเดือนกรกฎาคม - เดือนตุลาคม จุดชมวิวเป็นชะง่อนหินยื่นออกไป สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณอุทยานแห่งชาติทับลาน รวมทั้งทิวเขาซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภาคตะวันออกกับภาคอีสานได้อย่างชัดเจน คือ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กับ อ.วังน้ำเขียว
    จ.นครราชสีมา


  • เขาสลัดได
    บนภูเขาลูกนี้ มีจุดชมวิวที่จะมองเห็นสวยงามของวังน้ำเขียว จนได้ชื่อว่า “สวิสเซอร์แลนด์ แดนอีสาน” ด้วยทะเลหมอกที่งดงาม บนเนินเขาอันเขียวขจี


  • เขาแผงม้า
    เขาแผงม้าเป็นส่วนหนึ่งของป่าเขาใหญ่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งมีการตัดไม้ทำลายป่าทำให้
    เขาแห่งนี้แห้งแล้งลงไปกลายเป็นเขาหัวโล้น ต่อมามูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยฯ ได้ช่วยฟื้นฟูให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ จนฝูงกระทิงที่เคยหายไปจากเขาแผงม้ากลับคืนมาสู่เขาแห่งนี้อีกครั้ง
    การเดินทางสู่เขาแผงม้า โดยรถยนต์สามารถมาได้ 2 เส้นทางคือ

    เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ถึง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้เส้นทาง องครักษ์ -
    นครนายก - ปราจีนบุรี - นครราชสีมา จากสี่แยกกบินบุรีใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 304
    (กบินทร์บุรี- วังน้ำเขียว) ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ก่อนถึงตลาด 79 อำเภอวังน้ำเขียว ให้แยกซ้ายที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลวงราช

    เส้นทางที่ 2 จากนครราชสีมาใช้เส้นทางปักธงชัย- วังน้ำเขียว ตามทางหลวงมายเลข 304 ระยะทาง 79 กิโลเมตร เมื่อผ่านตลาด 79 อำเภอวังน้ำเขียว ให้แยกขวาที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลวงราช ไปจากถนนสาย 304 อีกประมาณ 8 กิโลเมตร
กิจกรรมที่วังน้ำเขียว
  • ช้อปปิ้งผักปลอดสารพิษ
    ผักปลอดสารพิษเป็นของดีที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน วังน้ำเขียวมีผักประเภทต่างๆ ให้เลือกกว่า 30 ชนิด ด้วยกรรมวิธีการผลิตชีวภาพไม่ใช้สารเคมี ทำให้พืชผักที่นี่ได้รับความนิยมจากผู้รัก
    สุขภาพทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง


  • นั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน
    กิจกรรมนี้ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลความโรแมนติกของพระอาทิตย์ยามเย็น ซึ่ง
    สวยงามกว่าในเมืองหลวงหลายเท่า


  • ชมงานเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอก
    ต้นเดือนมกราคมของทุกปี มีงานเทศกาลที่แสดงความงามของดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นงานแสดงดอกไม้ที่ดีที่สุดในประเทศไทยงานหนึ่งเลยทีเดียว


  • ชมกระทิงที่เขาแผงม้า
    นักท่องเที่ยวสามารถชมกระทิงที่เขาแผงม้าได้ทุกวันตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่กระทิงออกหากินมักเป็นในช่วงบ่ายและเย็น
ที่พัก
บ้านพักที่วังน้ำเขียวมีให้เลือกมากมาย อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม สามารถเลือกได้ตามแต่ชอบใจ ราคาเริ่มต้นเพียง 200 บาท ไปจนถึงหลักหมื่น

การเดินทาง
จากกรุงเทพ ฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายนครราชสีมา - วังน้ำเขียว - ชลบุรี เป็นเส้นทางหลักที่ผ่านอำเภอวังน้ำเขียว และใช้ในการติดต่ออำเภอใกล้เคียง โดยเดินทางจากกรุงเทพมายังฉะเชิงเทราก่อน ด้วยเส้นทางมอเตอร์เวย์หรือโดยถนนสุวินทวงษ์ แล้วใช้เส้นทาง ถนน 304 มุ่งสู่สี่แยกกบินทร์บุรี รวมประมาณ 180 กิโลเมตร จากแยกกบินทร์บุรีไปถึงวังน้ำเขียว เป็นเส้นทางลาดขึ้นเขาสวยงาม หากมาจากตัวจังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้ถนน 304 ผ่านอำเภอปักธงชัย ถึงอำเภอวังน้ำเขียว ระยะทางประมาณ 79 กิโลเมตร

ที่พักแนะนำ
สีมา ธานี
ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพในตัวเมือง ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง สถานีขนส่ง และสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น
แหล่งธุรกิจ และสถานบันเทิง เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว การบริการดีเยี่ยม มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม
ราคาเริ่มต้น 1,600 บาท ชมตัวอย่างห้องได้ใน www.simathani.com


ดุสิต ปริ๊นเซส โคราช
โรงแรมระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองโคราช ราคาเริ่มต้นที่ 1,900 บาทโดยประมาณ มีความสะดวกสบาย ครบครันสมกับเป็นโรงแรมที่ได้มาตรฐาน การตกแต่งเรียบง่ายด้วยโทนสีสบายตา อย่างสีขาว ครีม น้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย เหมาะแก่การพักผ่อน จองห้องพัก และชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dusit.com หรือ โทร. 044-425-6629

คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์สปา
รีสอร์ท 4 ดาวแห่งนี้ เหมาะสำหรับผู้หลงใหลในกีฬากอล์ฟอย่างเป็นชีวิตจิตใจ เพราะมีสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ที่ได้ มาตรฐาน พร้อมทั้งสปาหรู ช่วยผ่อนคลายความเครียด บรรยากาศโดยรอบสวยงามด้วยธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัว การตกแต่งมีเอกลักษณ์ด้วยไสตล์แบบเอเชีย โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น อย่าง ผ้าไหม ไม้ และลินิน ห้องพักมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งห้องชุด และ เต๊นท์ส่วนตัวซึ่งจะสามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง กับราคาเริ่มต้นที่ 6,700 บาท ตัวรีสอร์ท ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ อำเภอปากช่อง ชมตัวอย่างห้องพักและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kirimaya.com หรือ โทร 0-4442-6000

บุหงาส่าหรี รีสอร์ท
ตั้งอยู่ที่อำเภอวังน้ำเขียว บริเวณเขาแผงม้า อากาศบริสุทธิ์ ห้องพักสบาย รายล้อมด้วยหุบเขา ราคา
เริ่มต้นที่ 1,800 บาท เข้าชมตัวอย่างห้องพักได้ที่ www.bu-ngasariresort.com โทร. 081-987-7225,
083-988-8445


เดือนยี่ บูติก รีสอร์ท (Duanyee Boutique Resort )

รีสอร์ทสไตล์บูติก ประกอบด้วยห้อง 3 สไตล์ทั้งแบบ Thai, Chinese และ Bali ตั้งอยู่ที่ ถนนมิตรภาพ
กิโลเมตรที่209 สี่คิ้ว รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.duenyee.com/ หรือ Tel. +66 44 290 220,
081-877-1928 Fax. +66 44 290 220 E-mail: korat@duanyee.com

แนะนำร้านอาหารในนครราชสีมา
- ครัวริมเขื่อน
ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อำเภอวังน้ำเขียว รายการอาหารมีหลากหลาย เมนูแนะนำได้แก่ ปลาเขื่อนทอด, ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน, แฮมซี่โครงหมู, เห็ดหอมผัดกุ้ง, สลัดผักไร้สาร, ยำปลาสามกรอบ

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) จากจังหวัดนครราชสีมา เข้าอำเภอปัก-ธงชัยไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบสี่แยก เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 28 กิโลเมตร
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-4424-9064, 08-1966-4687

- ทิวไผ่เป็ดย่างพิมาย
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมนูเด็ดต้องเป็น “เป็ดย่าง” ซึ่งร้านนี้ย่างได้แห้งกรอบกำลังดี นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ ให้เลือกชิมจนพุงกาง ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทย ที่สำคัญมีคาราโอเกะให้บริการอีกด้วย

การเดินทาง ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนพิมาย-ตลาดแค ร้านอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอ มีเป็ดตัวใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า
โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 08-1878-1466, 0-4448-1033, 0-4428-7500

- สวนอาหารเดือนยี่ (ปีวอก)
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ และการบริการที่เป็นกันเอง ภายในร้านได้แบ่งเป็นสัดส่วน
ให้มีทั้งบรรยากาศร่มรื่นด้วยแมกไม้สไตร์สวนป่า คลาสสิกด้วยเพอร์นิเจอรไม้์เก่า้ หรือโรแมนติกแบบบาหลี ีสวนอาหารเดือนยี่ (ปีวอก) ดำเนินกิจการกว่า 6 ปี สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 200 ที่นั่ง เปิดบริการทุกวัน
11.00 น - 23.00 น. บริการอาหารไทย - จีน เป็นเมนูสุขภาพประจำร้าน ได้แก่ แกงเลียงนพเก้า แอบแซบปลาช่อน มัจฉาถอดรูป ยำคะน้ากรอบ ต้มยำปลาช่อน มัจฉาสะดุ้ง ประกอบด้วยผักและสมุมไพร เมนูแนะนำ เช่น ปลาเก๋าจักรพรรดิ ไก่นางพญา มัจฉาพลัดถิ่น ปอเปี๊ยะสวรรค์ กุ้งนึ่งนมสด ผัดฉ่าทะเล เต้าหู้ทรงเครื่อง ต้มยำปลากะพง สามลุมหนึ่ง 5 ขุนพล ปลาดุกฟูผัดพริกเผา ผัดขี้เมาทะเล ทะเลวน พล่ากุ้ง ฯลฯ ตบท้ายด้วยของหวานเป็นกระท้อนลอยแก้ว


การเดินทาง
- เส้นทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่อีสาน ผ่านเขื่อนลำตะคอง อีก 10 กิโลเมตร ก็ถึงสวนอาหารเดือนยี่ (ปีวอก) จุดสังเกตุ เมื่อถึงทางแยกต่างระดับอำเภอสีคิ้ว ให้เลยมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 209 สวนอาหารเดือนยี่ (ปีวอก)
อยู่ด้านขวามือของริมทางคู่ขนานขาเข้ากรุงเทพฯ

- เส้นทางจากอีสานไปกรุงเทพฯ เมื่อออกจากตัวเมืองนครราชสีมา มุ่งสู่กรุงเทพฯ จุดสังเกตุ บนเส้นทางมิตรภาพด้านขวามือคุณจะเห็นวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดหลวงพ่อโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ให้ชลอรถเพื่อลงทางคู่ขนาน แล้ววิ่งตรงไปเพียง 1 กิโลเมตร จะเห็นสวนอาหารเดือนยี่ (ปีวอก)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.duenyee.com/ โทร.044290220 มือถือ 081-8771928 ,
085-7666772

- ร้านข้าวสามสี
เมนูเด็ดของร้านนี้ คือ “ข้าวแกง” ที่อุดมไปด้วยวิตามินจากข้าวสามสีข้าวกล้อง 5 ชนิด มีเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพชงพร้อมทาน และขนมไทยรสอร่อย ที่พลาดไม่ได้คือ “น้ำทับทิมคั้นสด” ซึ่งให้ทั้งความสดชื่นและยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย บรรยากาศของร้านตกแต่งด้วยต้นไม้หลากชนิด ด้านหลังร้านมีทุ่งทานตะวัน สามารถนั่งทานอาหารและชมความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทาง ร้านข้าวสามสี ตั้งอยู่ที่ตำบลกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
โทรสอบถามเส้นทางและสำรองที่นั่งได้ที่ 08-1363-1678

- ครัวเขาใหญ่
ร้านเก่าแก่อีกร้านหนึ่งประจำเขาใหญ่ เมนูแนะนำได้แก่ ซี่โครงแฮมสเต็ก,หัวปลาบู่เจี๋ยน,แฮมสันนอกทอด
,แฮม ,ซี่โครงหมูทอด,แฮมขาหมู


การเดินทาง ตั้งอยู่บริเวณเขาใหญ่ จากปากทางออกถนนใหญ่ (ถ.ธนะรัชต์ กม. 12) เลี้ยวซ้ายไปต่อ ราว1.5 กม. ก็จะถึงร้านซึ่งตั้งอยู่ที่กม. 13.5  

แนะนำของฝาก
- เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน
“ด่านเกวียน” ในสมัยโบราณ เป็นที่พักกองเกวียนที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองโคราชกับเขมร ปัจจุบันมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาซึ่งมีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะการใช้สีดินดำสัมฤทธิ์ และปั้นด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นอกจากภาชนะประเภทต่างๆ แล้ว
ทุกวันนี้ยังมีการปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้มีความหลากหลายและทันสมัย ทั้งของใช้ประดับบ้าน ตกแต่งสวน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อหาได้อย่างไม่รู้เบื่อ


การเดินทาง หมู่บ้านทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน อยู่ห่างจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร ขับรถยนต์มาตาม
ทางหลวงสาย 224 (นครราชสีมา - โชคชัย)

- ผ้าไหมผ้ามัดหมี่จากปักธงชัย

หัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของโคราชก็คือ ผ้าไหมมัดหมี่จากเภอปักธงชัย ซึ่งเป็นผ้าไหมคุณภาพดี สีคงทน ไม่ตก เนื้อผ้าไม่ยุบเมื่อนำมาซัก เนื้อผ้าไม่ย้วย จึงได้รับความนิยมจากทั้งในและต่างประเทศ สามารถซื้อหาไว้ใช้หรือนำกลับไปเป็นของฝาก นำมาตัดเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มทั้งหญิงและชายได้อย่างสวยงาม หรืออาจใช้ทำผ้าปูโต๊ะ ผ้ารองจาน กระเป๋า แฟ้มเอกสาร ผ้าห่ม ผ้าม่าน บุเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปซื้อหาได้ที่ “ศูย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัย” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปักธงชัย บนเส้นทาง
หลวงหมายเลข 304 กิโลเมตร ที่ 107-108 หรือตามร้านขายสินค้าพื้นเมืองในโคราชก็ได้

- ผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาวของโคราช

ได้แก่ หมูหยอง หมูแผ่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เทียนหอม และดอกไม้ประดิษฐ์ ดูรายชื่อผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ www.otop5star.com หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายสินค้าพื้นเมือง
 

15-01-2012 23:54:00
 expandข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลทั่วไป
 expandข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
ข้อมูลน่ารู้ก่อนการเดินทาง
 expandเกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
 expandสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
นครราชสีมา ดินแดนแห่งผืนป่า และอารยธรรม
 expandท่องเที่ยวตามงบประมาณ
ลุยเดี่ยวเที่ยว “โคราช” ชมปราสาท ท่องอารยธรรม นครราชสีมา 2 วัน 1คืน งบประมาณ 4,840 บาทต่อคน
 expandบันทึกการเดินทางประทับใจ
พชรพิมพ์ ติวยานนท์ Marketing Communication Specialist TT&T Co.,Ltd และ อดีต Kbank e-girl
ภาณุ อิงคะวัต ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และเจ้าของร้าน Greyhound
แหม่ม - พัชริดา วัฒนา ใช้เวลา..แต่อย่าให้เวลาใช้เรา
 expandผู้จัดการพาชิม
นครราชสีมา อนันต์ เอื้อวัฒนา พลภัทร เตชะคุณกิตติ ผู้จัดการสาขาถนนจอมพล นครราชสีมา (ในเมือง) และผู้จัดการสาขาปากช่อง
 
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย