Skip to main content
  ค้นหา:
Join:

KBeautifullife > Travel > แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
 
เที่ยว “เมืองคอน” ท่องอารยธรรมแห่งคาบสมุทรทะเลใต้ 3 วัน 2 คืน งบประมาณ 6,110 บาทต่อคน
Share | |

 
 

เที่ยว “เมืองคอน” ท่องอารยธรรมแห่งคาบสมุทรทะเลใต้
3 วัน 2 คืน งบประมาณ 6,110 บาทต่อคน

เทวรูปเก่าแก่จากดินแดนไกลโพ้น ถูกพบ ณ เมืองแห่งหนึ่งในคาบสมุทรภาคใต้ อักษรโบราณอายุนับพันปี ถูกจดจารึกไว้เป็นความทรงจำของโลก ด้วย
พระบัญชาของกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์ “ตามพรลิงก์” อาณาจักรลึกลับที่
นักโบราณคดีต่างให้ความสนใจ แสงแดดเจิดจ้าและสีสันความงามของ
หมู่เกาะที่ยังบริสุทธิ์ เป็นเสน่ห์ดึงดูดนักเดินทางให้เข้าไปค้นหา ลึกเข้าไปในป่าบนภูเขาที่อยู่เบื้องหลัง เต็มไปด้วยทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ สามารถพบได้ในเมืองเล็กๆ ที่เคยยิ่งใหญ่…เมืองที่มีชื่อว่า “นครศรีธรรมราช”


วันแรก

สนามบินขนาดเล็กที่มีเครื่องบินแวะลงมาทักทาย เพียงไม่กี่เที่ยวต่อวัน ดูสงบและเรียบง่าย ไม่ต่างจากวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองเก่าแก่แห่งนี้ สิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อก้าวเท้าลงที่ “ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช” ก็คือ ภาพของเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่ ที่มีบัลลังก์สี่เหลี่ยมและปล้องไฉนทอดเงาลงสู่พื้นดิน
พุทธสถานคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งจะเป็นที่อื่นใดไปไม่ได้ นอกเหนือจาก“พระบรมธาตุเจดีย์”นครศรีธรรมราช ภายในวัดเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร”

วัดดังกล่าว ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช ตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ระบุว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นที่หมายไว้ ต่อมาในมหาศักราช 1098 ซึ่งตรงกับ พ.ศ.1719 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราช แล้วสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่ ซึ่งก็คือเจดีย์ทรงลังกาภายในวัดนั่นเอง

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เจดีย์แห่งนี้ ได้รับการบูรณะหลายครั้ง ครั้งหนึ่งมีการพบ “จารึกแผ่นทองคำ” ที่หุ้มอยู่บริเวณปลายยอดของเจดีย์หลายแผ่น กล่าวถึงนามผู้บูรณะ ซึ่งระบุศักราชอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
เจดีย์อันยิ่งใหญ่เป็นพยานยืนยันถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนา ที่ฝังรากลึกลงบนผืนดินแห่งนี้มาอย่างยาวนาน เดินรอบตัววัดได้ชมวิหารสำคัญหลายหลัง เช่น “วิหารหลวง” อันคงไว้ซึ่งความงดงามของฝีมือช่างครั้งกรุงเก่า

พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์นามว่า “พระศรีธรรมาโศกราช” ซึ่งประดิษฐานอยู่ใน “วิหารสามจอม” ให้ความรู้สึกถึงอำนาจแต่เป็นอำนาจแห่งราชาผู้ทรงธรรม ส่วน “วิหารพระมหาภิเนษกรมน์” หรือวิหารทรงม้า และ “วิหารทับเกษตร” ก็มีความสวยงามน่าเยี่ยมชมเช่นเดียวกัน


นอกจากนี้ ใครชื่นชอบการท่อง “มิวเซียม” หรือพิพิธภัณฑ์ ห้ามพลาด “วิหารเขียน” และ “วิหารโพธิ์ลังกา” ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุมากมาย ที่พุทธศาสนิกชนถวายแด่วัดแห่งนี้เพื่อเป็นพุทธบูชา ดื่มด่ำกับความงดงามของศิลปะ และซาบซึ้งกับรสแห่งธรรมะในพุทธศาสนาแล้ว บนถนนสายเดียวกัน ยังมี “กำแพงเมืองเก่า” ซึ่งเป็นหลักฐานของความรุ่งเรืองครั้งอดีต อิฐทุกก้อนที่ถูกก่อขึ้นเป็นกำแพงอันแข็งแกร่ง ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของ “นคร” แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

กลิ่น “ขนมจีนน้ำยาป่า” ลอยมาจากที่ไหนสักแห่ง กระตุ้นต่อมความหิวซึ่งพร้อมจะทำงานอยู่เสมอ เรด้าค้นหาร้านอาหารทำงานโดยอัตโนมัติ และก็ได้พบว่าในตัวเมืองนครศรีธรรมราชมีร้านขายอาหารพื้นเมืองหลายแห่ง มื้อแรก ณ แดนใต้แห่งนี้ ไม่พลาด “ข้าวยำ” ตำรับปักษ์ใต้ ขนมจีนน้ำยาสุดเผ็ดโดนใจ เหงื่อไหล
ไคลย้อย แต่ก็หยุดไม่ได้ที่จะตักใส่ปากด้วยความอร่อย


ช่วงบ่าย ลดอุณหภูมิความร้อนของอากาศ ด้วยความสงบร่มเย็นของ “วัดเสมาเมือง” ซึ่งเป็นวัดสำคัญ ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ความลึกลับของจารึกเก่าแก่ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จัก อักษรรูปร่างประหลาด ข้อความที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าใจ จารึกของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์พระองค์หนึ่ง ซึ่งโปรดให้สร้างอาคารอิฐไว้ประดิษฐานพระรูปพระโพธิสัตว์ สถูป และเจดีย์ ทำให้นักโบราณคดีมากมายให้ความสนใจจารึกนี้เป็นอย่างมาก
แม้จารึกดังกล่าว จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑสถานพระนคร กรุงเทพฯ นานมาแล้ว และในความเป็นจริง ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าจารึกนี้ถูกพบที่วัดเสมาเมืองจริงหรือไม่ แต่ผู้คนก็ยังจดจำเรื่องราวของจารึกดังกล่าวได้เป็นอย่างนี้

จากวัดเสมาเมือง เปลี่ยนบรรยากาศไปยัง “หอพระนารายณ์” ซึ่งแม้จะเป็นศาสนสถานเช่นเดียวกัน แต่หอแห่งนี้ ให้ความรู้สึกถึงอำนาจ และความน่ายำเกรงตามแบบศาสนาพราหมณ์ หอพระนารายณ์ตั้งอยู่ตรงข้าม “หอพระอิศวร” ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ เดิมประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ และพระอิศวร ก่อนจะถูกนำไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ตั้งใจเก็บไว้ท้ายสุดของวัน เพราะคงต้องใช้เวลานานในการเดินชมโบราณวัตถุสำคัญมากมาย ณ ดินแดนเก่าแก่แห่งนี้

จากหอพระนารายณ์ เดินทางไปที่ “หอพระพุทธสิหิงค์” ข้างศาลากลางจังหวัด สักการะพระพุทธรูปดังกล่าวเพื่อความเป็นสิริมงคลในการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ยืนอ่านประวัติจากหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งกล่าวว่า
พระพุทธสิหิงค์องค์นี้จำลองมาจากองค์ที่อัญเชิญมาจากลังกา เพื่อไปประดิษฐาน ณ กรุงสุโขทัย เมื่อประมาณ พ.ศ. 1845 - 1941

นอกจากนี้ ภายในหอยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะอยุธยา ชาวนครศรีธรรมราชเรียกกันว่า “พระเงิน” อธิษฐานขอพรเสร็จแล้ว ลองเดินไปทางด้านหลังจึงทราบว่าเป็นที่เก็บอัฐิเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ในสกุล ณ นคร


…และแล้วก็มาถึงโปรแกรมสุดท้ายของวัน ที่มุ่งมั่นจะท่องเที่ยวแบบเก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด
พระนารายณ์สวมหมวกทรงกระบอก ถูกสลักขึ้นจากหินอันแข็งแกร่ง เมื่อกว่าพันปีมาแล้ว พระพักตร์อันเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้มนุษย์ต้องเกรงขาม แตกต่างจากพระพุทธรูปอาการสงบนิ่งแห่งกรุงศรีอยุธยา เทพองค์หนึ่งยืนร่ายรำบนศีรษะคนแคระ บนไม้จำหลักอันวิจิตรงดงาม เทวสตรีถูกสร้างขึ้นด้วยปูนปั้นซึ่งเคยประดับอยู่ ณ ศาสนสถานเก่าแก่

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัตถุล้ำค่า ที่ได้ชมเป็นบุญตา ใน “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ติดกับหอสมุดแห่งชาติ และสำนักโบราณคดีฯ เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ - อังคาร
ค่าเข้าชม 30 บาทสำหรับคนไทย ช่างคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของความรู้และการได้ชื่นชมความงดงามของศิลปกรรมในอดีตอันตกทอดมาถึงปัจจุบัน

ตกเย็น มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะไปถล่มร้าน “สุขทวีโภชนา” บนถนนเส้นเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์ เพราะได้ยินมาปากต่อปากว่า “แกงส้มปลากระพงยอดมะพร้าว” นั้นรสชาติสุดเด็ด ที่สำคัญราคาย่อมเยา
เปิดเฉพาะช่วงเย็น ระหว่าง 16.30 - 22.00 น. ถ้ามองเห็น “สะพานราเมศวร์” ก็แสดงว่ามาถูกที่ เพราะร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณสะพานดังกล่าว

สถานที่ท่องเที่ยวในวันนี้ ทั้งหมดอยู่ในตัวเมือง ใช้บริการรถสองแถวได้อย่างสะดวกสบาย แม้ไม่มีแอร์เย็นฉ่ำ แต่ก็ได้บรรยากาศวิถีชีวิตของผู้คนเมืองนครฯ อันเงียบสงบ


อิ่มอร่อยเต็มที่ร่างกายก็พร้อมพักผ่อน เดินมาทั้งวัน อยากพักให้เต็มตา ไม่ผิดหวังกับ “ทวินโลตัส” โรงแรมยอดนิยมระดับ 4 ดาว ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช กับราคาเริ่มต้นไม่ถึง 2,000 บาท ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ที่สำคัญคือ มีบริการนวด สปา และสระว่ายน้ำ นอกจากนี้ ยังมีบริการรถรับส่งจากสนามบิน
อีกด้วย ใครสนใจโทรจองห้องพักได้ที่ 075 323 777 หรือ www.twinlotushotel.net

โรงแรมอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งใฝ่ฝันจะเดินทางไปพัก คือ “ราชาคีรี รีสอร์ทแอนด์สปา” บูติก รีสอร์ท ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ด้วยอาคารที่ทอดตัวอยู่บนชายหาดสีขาวบริสุทธิ์ ผู้เข้าพักสามารถมองเห็นทิวทัศน์กว้างไกลได้ตลอดแนว โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ที่ “หาดในเพลา” ซึ่งก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางไปในคราวนี้ ราคาเริ่มต้นที่ 2,655 บาท
สำหรับการได้เข้าพักในรีสอร์ทชั้นเลิศเช่นนี้ นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง จดเบอร์โทร 075-527-847
มาจาก www.rachakiri.com ที่คลิกเข้าไปชม
ตัวอย่างห้องพัก เก็บไว้เป็นข้อมูลในการเดินทางครั้งหน้า ซึ่งรับรองว่าไม่พลาดอย่างแน่นอน

…ความเงียบสงบของเมืองเล็กๆ พระจันทร์ดวงกลมโตส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า เตือนว่าถึงเวลาพักผ่อนเพื่อ
เตรียมตัวรับกับแสงแดดอันเจิดจ้าในวันพรุ่งนี้


วันที่สอง

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 นครศรีธรรมราช - สุราษฎร์ธานี คือถนนที่จะพาเราไปพบกับความงดงามของธรรมชาติ อันมีสีสันร้อนแรงอย่าง “อุทยานแห่งชาติหาดขนอม - หมู่เกาะทะเลใต้” รถที่เช่ามาจาก “นครศรีคาร์เรนท์” ไม่ไกลจากสนามบินในราคา 1,200 บาท ถูกสั่งการให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4014 จะถึงอำเภอขนอม โดยมีระยะทางราว 120 กิโลเมตร

หนทางอันยาวไกล ไม่อาจเปลี่ยนใจให้หันหลังกลับ เพราะต้องการสัมผัสกับธรรมชาติอันน่าพิศวง อุทยานแห่งนี้ มีความหลากหลายในด้านภูมิประเทศ ทั้งภูเขา ป่าชายเลน หมู่เกาะ ชายหาด และเขาหินปูน จึงมีแหล่ง
ท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกท่าน้อย ถ้ำเขาวังทอง ถ้ำเขากรด และแนวปะการังตามเกาะต่างๆ


สีสันของน้ำทะเลเข้ากันดีกับความสดใสของท้องฟ้า แสงแดดร้อนแรงจากดวงอาทิตย์ ส่องลงบนผิวน้ำและชายหาดสีขาว ความเขียวขจีของภูเขาที่เป็นฉากหลังให้ความรู้สึกสดชื่นเบิกบาน ภาพเหล่านี้ช่างงดงามมีสีสันเหมือนงานศิลปะของ พอล โกแกง ศิลปินโพสต์อิมเพรสชั่นนิสต์ในศตวรรษที่ 19 ไม่มีผิด

พ่อแม่ลูก ช่วยกันพายเรือชมทิวทัศน์ เด็กน้อยก่อกองทรายเป็นปราสาทหลังใหญ่ วัยรุ่นหนุ่มสาวดำน้ำชมปะการังในโลกใต้ทะเล ฝูงปลานับร้อยว่ายน้ำผ่านไปอย่างไม่ตื่นกลัว มีเพียงนักท่องเที่ยวที่ยังตื่นเต้นกับภาพที่ได้เห็น ลึกเข้าไปในป่าบนภูเขาอันอุดมสมบูรณ์ ผู้ชื่นชอบการผจญภัยพากันเดินศึกษาธรรมชาติตาม
เส้นทางต่างๆ แล้วตั้งแคมป์ก่อไฟ นั่งพูดคุยเรื่องราวสารพันในยามค่ำคืน

การได้นอนเล่นอยู่บนชายหาดตลอดทั้งวัน หรือแม้แต่เดินลุยเข้าไปในป่าดิบชื้นที่เต็มไปด้วยเสียงร้องของจั๊กจั่นเรไร และสัตว์ป่าที่ไม่คุ้นเคย ต่างก็เป็นโปรแกรมการพักผ่อนที่น่าสนใจไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ

อุทยานแห่งนี้ไม่มีบ้านพักและอาหาร โชคดีที่เตรียมตัวพร้อมไว้ก่อนเพราะหาข้อมูลมาอย่างดี อาหารที่เตรียมไปด้วยตนเอง แม้ไม่หรูหราหรือรสเลิศเท่ามื้ออื่นๆ แต่ก็สร้างบรรยากาศแห่งการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ด้วยการนอนนับดาวที่ลาน

กางเต๊นท์ของอุทยานฯ ซึ่งโทรสอบถามรายละเอียดมาแล้วล่วงหน้าที่เบอร์ 075-685- 269 การได้อยู่ใกล้ชิด
กับธรรมชาติช่วยให้มนุษย์คลายจากความเหน็ดเหนื่อยในการทำงานและชีวิตอันเร่งรีบ

วันที่สาม

ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดชื่น น้ำค้างหยดเล็กๆ เกาะอยู่บนใบไม้สีเขียวเข้ม แมงมุมชักใยสีเงินดูระยิบระยับ เมื่อแสงแดดยามเช้าส่องมาถึง ภาพความทรงจำนี้จะถูกบันทึกไว้ในความทรงจำอีกเนิ่นนาน ก่อนได้เวลา
เดินทางขับรถกลับด้วยเส้นทางเดิม

ความคึกคักของย่านขายสินค้าที่ระลึกในตัวเมืองช่างมีชีวิตชีวา เครื่องถม เครื่องทองอันปราณีต ถูกหยิบขึ้นมาเลือกสรรโดยนักท่องเที่ยว แหล่งค้าประณีตศิลป์ดังกล่าวอยู่ที่ถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมือง บริเวณ
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารและในบริเวณตลาดท่าวัง เช่นเดียวกับสร้อยนะโม สร้อยเงิน และสร้อยสามกษัตริย์


สำหรับจตุคามรามเทพฯ ที่เคยมีการเช่ากันอย่างคึกคัก บัดนี้กลายเป็นเพียงตำนานที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าหนึ่งของวงการพระเครื่อง ทุกวันนี้ยังมีผู้คนเดินทางไปยัง “วัดนางพญา” ซึ่งประดิษฐานองค์จตุคามรามเทพ
องค์ที่ใหญ่ที่สุด


ได้ของถูกใจในราคาไม่แพง เป็นอันเสร็จภาระกิจการช้อปปิ้ง แวะสักการะ “ศาลหลักเมือง” ก่อนเดินทางไปยังสนามบินอย่างไม่รีบร้อน เพียง 1 ชั่วโมง 40 นาที สุวรรณภูมิก็ยิ้มต้อนรับการเดินทางกลับบ้าน พร้อมความสุขล้นจากการท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม พร้อมที่จะทำงานต่อไปเพื่อรอเวลาในการออกเดินทางอีกครั้ง


เมืองเก่าแก่ และสีสันของหมู่เกาะในคาบสมุทร ณ ดินแดนที่ชื่อว่า “นครศรีธรรมราช” ยังมีสิ่งที่น่าค้นหาอีก
มากมาย เพียงเริ่มต้นด้วยการจัดกระเป๋า สวมรองเท้าคู่เก่ง แล้วก้าวออกไปพบกับเรื่องราวที่แสนท้าทายกันได้เลย…

 
 
รายละเอียดงบประมาณ
  ค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ (ต่อคน) 2,500 บาท
  ค่าห้องพัก 1 คืน 2,000 บาท หาร 2 ตกคนละ 1,000 บาท
  ค่าเช่าเต๊นท์ หลังเล็ก 300 บาท หาร 2 ตกคนละ 150 บาท
  ค่าธรรมเนียมกางเต๊นท์ คนละ 80 บาท
  ค่ารถสองแถว รวมทั้งหมด 200 บาท ตกคนละ 100 บาท
  ค่าเช่ารถวันละ 1,200 บาท หาร 2 ตกคนละ 600 บาท
  ค่าน้ำมันตลอดการเดินทาง 1,200 บาท หาร 2 ตกคนละ 600 บาท
  ค่าอาหารทุกมื้อ 1,500 บาท หาร 2 ตกคนละ 750 บาท
  ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนละ 30 บาท
  ค่าของฝากคนละ 300 บาท
  รวม 6,110 บาทต่อคน
 

 
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย