Skip to main content
  ค้นหา:
Join:

KBeautifullife > Health & Wellness > แนะนำสุขภาพน่ารู้
แนะนำสุขภาพน่ารู้
Share | |

 

แม่ท้องกับยาอันตราย (เรื่อง: นาวาตรี พญ.ณัฐยา รัชตะวรรณ)

ยากับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องระวังโดยเฉพาะยาอันตรายทั้งหลายที่ส่ง
ผลกระทบ พบรายชื่อและข้อพึงปฏิบัติเพื่อเป็นคู่มือป้องกันภัยให้ว่าที่คุณแม่รู้ไว้ค่ะ

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดภาวะความเจ็บป่วย มักมีข้อควรระวังในการกินยาเนื่องจากมีเจ้าตัวน้อยที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาอันตรายที่แม่ท้องห้ามกิน หมอขอสรุปเพื่อเป็นคู่มือป้องกันภัยให้คุณแม่ตั้งครรภ์รู้ติดตัวไว้ ยาทั่วไปแบ่งระดับความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์เป็น A, B, C, D ฯลฯ ระดับ A เป็นระดับที่มีความปลอดภัยมากที่สุดไม่ว่าจะใช้ช่วงใด ยากลุ่มนี้คือวิตามินสำหรับหญิงตั้งครรภ์นั่นเอง ส่วนยากลุ่มที่เหลือ
จะมีระดับความปลอดภัยรองลงมา เช่น ระดับ B จะเป็นยาที่มีการใช้บ่อย เช่น ยาปฏิชีวนะ พบอันตรายในสัตว์ทดลอง แต่งานวิจัยในมนุษย์ที่มีการควบคุมมาตรฐานไม่พบอันตราย

ยากลุ่มที่อันตรายมากที่สุด คือ Category X ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด ยกเว้นกรณีที่ต้องใช้รักษาชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ แพทย์จะต้องอธิบายถึงอันตรายที่เกิดขึ้นให้คุณแม่เข้าใจโดยละเอียดการแพทย์สามารถ
จำแนกยาอันตรายที่ทำให้เกิดความพิการของทารกในครรภ์ได้ ดังต่อไปนี้
  • ยากันชัก
    ผลกระทบ : ทำให้ทารกเกิดภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่
    ข้อปฏิบัติ : คุณแม่ที่เป็นโรคลมชักและจำเป็นต้องใช้ยากันชัก ควรเลือกยาที่มีความปลอดภัยในระดับ C ได้แก่ Levetiracetam,Topiramate (ความเสี่ยงร้อยละ 2) และ Lamotrigine (ความเสี่ยง
    ร้อยละ 4) ไม่ควรใช้ยาที่ขนาดสูงเกินไป ควรเจาะเลือดตรวจระดับของยาให้เพียงพอต่อการควบคุม
    อาการชักและไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียง
  • ยาลดความดัน
    ผลกระทบ : หากได้รับยากลุ่มนี้ช่วงไตรมาสแรกจะทำให้เกิคความผิดปกติที่หัวใจและหลอดเลือดของทารก
    ข้อปฏิบัติ : หลีกเลี่ยงยาในกลุ่ม ACE Inhibitors และ Angio-tensin-Receptor Blockers เช่น Enalapril, Captopril และ Lisinopril
  • ยาต้านเชื้อรา
    ผลกระทบ : ทำให้เกิดความผิดปกติของกะโหลก ปากแหว่ง และลักษณะแขนผิดปกติในทารก
    ข้อปฏิบัติ : หลีกเลี่ยงยา Fluconazole และ Itraconazole แบบกิน แต่ยารักษาเชื้อราชนิดครีมที่ใช้เฉพาะที่ ไม่ว่าจะทาผิวหนังหรือสอดในช่องคลอดจะไม่มีอันตรายต่อเด็ก
  • ยาลดปวดและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
    ผลกระทบ : หากใช้ในช่วงไตรมาสสาม อาจทำให้เกิดความผิดปกติที่หลอดเลือดหัวใจเด็กได้
    ข้อปฏิบัติ : ถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ ให้ใช้เป็นยาทาเฉพาะที่จะปลอดภัยกว่า และไม่ควรใช้ติดต่อกันทุกวัน
  • ยาปฏิชีวนะ
    ผลกระทบ : เกิดผลกระทบได้หลายระบบ ขึ้นกับชนิดของยาปฏิชีวนะและช่วงเวลาที่ได้รับยา ว่าเด็ก
    กำลังพัฒนาอวัยวะในระบบใด
    ข้อปฏิบัติ : ห้ามใช้ยากลุ่ม Aminoglycoside, Chloramphenicol, Sulfa และ Tetracyclines
  • ยาเคมีบำบัดโรคมะเร็ง
    ผลกระทบ : ถ้าได้รับยานี้ในช่วงไตรมาสแรกจะส่งผลต่อดีเอ็นเอของเด็กโดยตรง ทำให้เด็กเสียชีวิตในครรภ์ได้ หรืออาจทำให้ปากแหว่งสมองเล็กกว่าปกติ หลอดเลือดหัวใจผิดปกติ หรือแขนขาผิดรูป
    ข้อปฏิบัติ : ห้ามใช้ยา Cyclophos-phamide, Tamoxifen, Metho-trexate และ
    Aminopterin คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคมะเร็งควรใช้ยาเคมีบำบัดตัวอื่นทดแทน

  • ยาต้านไวรัส
    ผลกระทบ : มีข้อมูลว่าทำให้เกิดความผิดปกติในสัตว์ทดลอง และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหัวใจมนุษย์ แต่ข้อมูลในคนท้องมีน้อย รายงานของการใช้ยาชนิดนี้คือ คนท้องที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่และมีอาการหอบเหนื่อยรุนแรงถ้าใช้ช่วงสั้นๆ จะไม่เกิดความพิการในทารก
    ข้อปฏิบัติ : หลีกเลี่ยงยาชนิดพ่นที่ชื่อ Ribavirin
  • ยาทาโรคผิวหนังที่มี Isotretinoin
    ผลกระทบ : ทำให้เกิดความผิดปกติของกะโหลกศีรษะและใบหน้า
    ข้อปฏิบัติ :
    Isotretinoin เป็นยาที่ใช้รักษาสิว ดังนั้นก่อนใช้ยานี้ควรแจ้งแพทย์ว่ากำลังตั้งครรภ์
  • Etretinate (ยากินที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน)
    ผลกระทบ : ทำให้เกิดความผิดปกติของกะโหลกศีรษะและใบหน้า
    ข้อปฏิบัติ : ยาชนิดนี้จะคงอยู่ในกระแสเลือดได้เป็นเวลานาน หลังหยุดยา ต้องรอ 2 ปีให้ระดับยาในเลือดหมดไปจึงค่อยปล่อยตั้งครรภ์
  • ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด Warfarin
    ผลกระทบ : ทำให้เกิดความผิดปกติของใบหน้าและระบบกระดูก แต่ความพิการจะขึ้นอยู่กับระดับของยาที่ใช้
    ข้อปฏิบัติ : ยากลุ่มนี้อาจจำเป็นต้องใช้ในคนไข้โรคหัวใจที่ต้องใส่ลิ้นหัวใจเทียม แต่ก็ควรเปลี่ยนเป็นยาฉีดทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ หรือถ้าเปลี่ยนไปใช้ยาฉีดก่อนตั้งครรภ์ได้ก็ยิ่งดี

นอกจากนี้ ยังมียาที่เลิกใช้แล้ว เช่น Thalidomide ที่เคยเป็นยาแก้เครียด และ DES เป็นยากลุ่มฮอร์โมนที่เป็นยากลุ่มอันตรายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เหมือนกัน ทั้งหมดที่หมอนำเสนอนี้ก็เพื่อให้แม่ท้องได้รู้ไว้เป็นคู่มือ
ป้องกันภัยนะคะ อย่างไรก็ดี หากสงสัยหรือมีคำถาม หมอแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเจ้าของครรภ์จะดีกว่านะคะ ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นและยังมียังอีกมากที่ต้องพึงระวังค่ะ

ข้อบ่งชี้ยาอันตรายในแม่ตั้งครรภ์
1.ต้องมีการวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุกรรม อย่างละเอียดว่ามีอันตรายจริง
2.ต้องมี ข้อมูลที่แสดงชัดเจนว่า ยาที่เป็นอันตรายชนิดนั้นๆ ทำให้เกิดความพิการแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทารกคนใดก็ตาม
3.ต้องมี ข้อพิสูจน์ ว่ายาดังกล่าวมีผลกระทบต่อเด็กไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม
4.ต้องมีการพิสูจน์ว่า คุณแม่ได้รับยาในช่วงที่อวัยวะส่วนที่เกิดความผิดปกตินั้นกำลังพัฒนา
อยู่

5.ต้องมี รายงานวิจัยที่มีการรับรองอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
6.ต้องมี การทดลองว่า ยาตัวนั้นทำให้เกิคความพิการในสัตว์
ได้เช่นเดียวกัน และสัตว์ทดลองต้องเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วย

20-12-2012 00:00:00