Skip to main content
  ค้นหา:
Join:

KBeautifullife > Education > ประสบการณ์แบ่งปันจากรุ่นพี่
อริสรา ธนาปกิจ (ครูพี่แนน)
 
Share | |

 

อริสรา ธนาปกิจ (ครูพี่แนน)

รองผู้อำนวยการและหัวหน้าทีม Edutainer ของ Enconcept E-Academy

กว่าจะเป็น ครูพี่แนน คนเก่ง
ถ้าวันนี้คุณคือนักเรียนขี้อาย ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่มีเป้าหมายในชีวิต จะขึ้นพูดหน้าชั้นก็เกิด
อาการอยากเข้าห้องน้ำเสียทุกครั้ง ไม่ต้องตกใจ นั่นไม่ได้เป็นสัญญาณว่าคุณจะล้มเหลวในชีวิตข้างหน้า
เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนเคยเกิดกับ ครูพี่แนน หรือ อริสรา ธนาปกิจ คุณครูใจดีแห่ง Enconcept ที่มีลูกศิษย์นับแสน และเขาเหล่านั้นมีแต่คำว่าก้าวไปข้างหน้า เพราะรู้ชัดถึงเป้าหมายในชีวิต

สิ่งที่ครูพี่แนนมี ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวงต่างหาก เธอก้าวไปทีละก้าวอย่างไตร่ตรองและวางแผน อดทนและรักที่จะเรียนรู้ต่อยอดไปในขณะเดียวกัน
“เมื่อก่อนเรียนที่เซนต์ฟรังฯ ค่ะ ไม่ค่อยเป็นเด็กเรียน ได้เกรดซัก 2 กว่า ๆ แล้วก็เกิดจุดเปลี่ยน เพราะคุณแม่อยากให้ไปสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ก็ได้ไปกวดวิชา เออ...สนุกดีแฮะ ได้ออกไปนอกบ้าน ไปเปิดหูเปิดตา เลยรู้สึกว่า การเรียนข้างนอกก็สนุกดีนะ ได้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์มากขึ้น”

ครูพี่แนนสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ได้ เลือกศิลป์-เยอรมัน สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนทำให้ครูพี่แนนตื่นตัว และเริ่มค้นหาเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น และพบว่าเธออยากจะเป็นล่าม จากแรงบันดาลใจของนิยายเรื่อง รักเร่ ของโสภาค สุวรรณ ครูพี่แนนส่งตัวเองเข้าไปเรียนคณะอักษรศาสตร์จุฬาฯ ก่อนเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน จากการสอบเทียบ
“ชีวิตก็เลยเปลี่ยนค่ะ จากคนที่เรื่อย ๆ พอมีเป้าหมาย เราก็วางแผนไปสู่เป้าหมาย ก็ทำได้ และค้นพบ
ตัวเอง ใจรักด้วย ได้อ่านขุนช้างขุนแผนเป็นตั้ง ๆ เชกสเปียร์เอย เราก็ชอบเลย แนนเรียนจบได้เกียรตินิยม
อันดับ 1 เหรียญทอง”

ย้อนไปสมัยที่ครูพี่แนนอยู่ในรั้วจามจุรี มีสิ่งต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น จากการที่เธอไขว่คว้าโอกาสดี ๆ ที่ผ่านเข้ามา เพื่อเป็นบันไดไปสู่ฝันของเธอ
“ได้ลองใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างมีประโยชน์ค่ะ การที่เราจะเป็นล่าม ไม่ใช่แค่เรียนตามหน่วยกิต คือ
เราอยากพูด ฟัง อ่าน เขียนได้ ก็เลยเริ่มต้นไปเรียนที่เกอเธ่ เยอรมันก็ไม่ทิ้ง ฝรั่งเศสก็เอา เรียนญี่ปุ่นด้วย
ภาษาสเปนนี่เลือกเป็นวิชาเอกเลย”

เรียนภาษามากมายเพื่อกรุยทางไปสู่ความเป็นล่าม แต่ครูพี่แนนก็ทำกิจกรรมของนิสิตไปด้วย เช่น งานบอลประเพณี และกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านภาษา เช่น เข้า English Club
“ทุกวันเสาร์เขาจะเชิญวิทยากรมาจากสถาบันใหญ่ ๆ เช่น กสิกรฯ แบงก์ชาติ ปตท. คือคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตน่ะค่ะ ก็ได้เรื่องการคิด การจัดลำดับความคิด การพูดจูงใจคน ที่ดีใจมากเพราะแต่ก่อนเป็นคน
ขี้อายมาก ก็ไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าให้เราพูดหน้าชุมชนได้ ตอนเด็ก ๆ จะพูดหน้าชั้นที มือเย็น ตื่นเต้นมาก รู้สึกเป็นเรื่องยากมาก พอมาได้ฝึก Public Speaking เค้าก็ให้เป็น Commentator บ้าง พิธีกรบ้าง ต้องขึ้นพูดเป็น Speaker บ้าง ก็เหมือนได้พูดตลอดเวลา แล้วก็มี Impromptu Speech คือพูดโดยไม่ได้เตรียมตัว ณ จุดนี้ ถ้าเราต้องพูดอะไรก็พูดได้หมดแล้ว...แล้วก็ได้ไปแข่งขันที่ เอยูเอ ซึ่งเขาจัดร่วมกับ นสพ. บางกอกโพสต์
เป็นระดับประเทศ ปรากฏว่าชนะเลิศ ระดับโลกก็ไปมาเหมือนกัน ไปแข่งขันโต้วาทีที่อินโดนีเซีย”

ครูพี่แนนพบว่า การได้ไปแข่งขันแบบนี้มีประโยชน์มากกว่าแค่อ่านหนังสือจากตำรา
“โอกาสเหล่านี้เราต้องสร้างเองค่ะ ถ้าเราไม่เดินไปหา ก็คงไม่ได้รับเลือกไป ภาษาเราก็ดีขึ้น เพราะได้
เอาไปใช้จริง ก็เป็นกุศโลบายที่ดีที่นำมาประยุกต์กับตัวเราได้ แนนเคยเดินเข้าไปในศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เอา resume ไปแนะนำตัวเอง ลุยไปเลย สัมภาษณ์ทิ้ง ๆ ไว้ แล้วเค้าก็เรียกมา ”

จากที่เลือกภาษาสเปนเป็นวิชาเอก ครูพี่แนนก็มีวิธีพาตัวเองไปฝึกภาษาสเปนกับเจ้าของภาษาจริง ๆ ด้วยการไปสมัครบริษัททัวร์ Turismo Thai ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
“จะเป็นไกด์ ก็ยังไม่มี license งานที่ได้คือ ดูแลแขกระหว่างโรงแรมกับสนามบิน ได้เที่ยวละร้อยบาท มันสุดยอดมาก ๆ คิดว่าไปเรียนแถมมีคนจ่ายตังค์เราด้วย แล้วมีโอกาสได้เจอคนสเปนจริง ๆ ซึ่งยากนะ คนสเปนที่นั่งในรถคงตกใจว่า คนไทยคนนี้ทำไม friendly จัง นั่งในรถชวนคุยตลอด เรียนภาษาเราต้องลุยค่ะ แม่ค้า
เค้าพูดได้เพราะเค้าลุย ไม่ต้องไปแคร์มากเรื่องไวยากรณ์ ฝรั่งเค้าจะเอ็นดูเรามากกว่านะ แล้วก็ช่วยสอนเราด้วย”

เมื่อครูพี่แนนเริ่มเก่งภาษาสเปน ภาษาอังกฤษก็ได้แล้ว อาจารย์ก็เห็นว่าการเรียนก็ไม่เสีย เลยส่งงานล่ามมาให้...ของยูเนสโก ซึ่งมีทีมงานมาทำวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาในไทย
“ถามว่ามีความสุขมั้ย มันก็ได้ฝึกภาษา แต่มันกดดัน รู้สึกเราเป็นเหมือนเครื่องมือแปลภาษา แปลไปถูก
หรือเปล่า ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ มันมีกรอบบางอย่างที่เราอาจจะไม่สนุกกับมัน เริ่มไม่อยากเป็นล่ามแล้ว...ก็เลยเริ่มหาใหม่ ลองเปิดโอกาสให้กับตัวเอง ปรากฏว่ามีทูตการค้าจากประเทศชิลีมาในงาน ๆ หนึ่ง เค้าเห็นเราพูดสเปนคล่อง เลยชวนไปเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ยังเรียนไม่จบด้วย ได้ไปทำงานเต็มเวลาเลยที่สถานทูตชิลีช่วงปิดเทอม ก็ได้รู้แล้วว่า มนุษย์เงินเดือนเป็นยังไง”

การไปทำงานกับองค์กรใหญ่ ๆ เธอถือเป็นประสบการณ์ในการเรียนลัดจากคนที่ประสบความสำเร็จ
มาก่อน จึงเป็นวิธีการต่อไปที่น่าจะเรียนรู้ และมองหาเป้าหมายใหม่สำหรับตัวเองด้วย

“มีอาจารย์ในจุฬาฯ ท่านเห็นแววว่าเราชอบภาษา เลยให้ไปสอนพิเศษลูกของท่าน แล้วก็มีรองคณบดี
สถาปัตย์ เริ่มส่งลูกมาเรียนกับเรา กว่าจะรู้ตัวสอนก็เป็นอุตสาหกรรมเลยค่ะ 30 - 40 คน ตามใต้ต้นไม้ที่คณะ
ไม่เคยคิดจะทำเป็นงานหลักเลย เพราะคิดว่าครูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สูงส่ง เป็นแม่แบบ ซึ่งตัวเราก็บ้า ๆ อยู่ คิด
ว่าไม่เหมาะ แต่ก็เป็นอาชีพที่รัก รักที่ได้อยู่กับเด็ก ๆ...

จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่เป็นจุดเริ่มต้นความเป็นครูพี่แนน คือ เมื่อเพื่อน ๆ มาชวนให้เปิดโรงเรียน ขณะที่ครูพี่แนนยังอยู่ปี 3 และอายุเพียง 18 ปี เมื่อก่อตั้งโรงเรียน
“ก็เริ่มจากชวนกันไปแนะแนวเด็ก ๆ ตามโรงเรียน ให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของการเอนทรานซ์ มันเลยเป็นที่มาของโรงเรียนนี้ ตอนเริ่มต้นมีสอนทุกวิชา เพื่อนบางคนก็มาช่วยแป๊บ ๆ แล้วก็แยกย้ายกันไป เหลือไม่กี่คนที่จะมาทำตรงนี้กัน แรก ๆ เด็กมาเรียนน้อยมาก ใกล้เจ๊ง เลยต้องหางานสำรอง”

ครูพี่แนนจึงไปสมัครที่บริษัทยูนิลีเวอร์ ทำ Trade Marketing ให้กับสินค้าหลายตัว ทำงานหนักและเหนื่อยมากจนล้มป่วย จึงคิดไปเรียนต่อเพื่อกลับมาทำโรงเรียนตัวเองอย่างจริงจัง เพราะรู้แล้วว่า ตัวเองมีความสุขที่ได้อยู่กับเด็ก ๆ จึงไปเรียน MBA ที่ ศศินทร์ จนจบ จากนั้นยังได้งานที่ ลอรีอัล กับได้ทุนไปสเปนด้วย มีแต่โอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิต แต่ครูพี่แนนกลับไม่เลือกทั้งสองอย่าง เพราะได้คำตอบจากหัวใจแล้วว่า ต้องการให้ความรู้เด็ก ๆ โดยเน้นที่ภาษาอังกฤษ Enconcept E Academy จึงหยั่งรากลงลึก ด้วยเทคนิคการสอนหลายอย่างที่ครูพี่แนนคิดค้นขึ้นมาเอง เช่น Memolody ใช้ภาพ เสียง และจังหวะมาช่วยจำ

เราได้ย้อนประวัติกว่าจะมาเป็นครูพี่แนนคนเก่งในวันนี้ หลาย ๆ คนคงเกิดแรงบันดาลใจให้กับตัวเองบ้าง ครูพี่แนนยังฝากมาถึงน้อง ๆ ทุกคนด้วยว่า
“อันดับแรกเลยคือเข็มทิศค่ะ ต้องเคลียร์ก่อน ค้นหาตัวเองให้ได้ว่าต้องการอะไร และ flexible เสมอ มันไม่มีคำว่าสายที่จะเริ่มต้นใหม่ คนเราเรียนรู้ได้ตลอดเวลา กลยุทธ์ที่ดี ไม่ใช่ใช้แรงและความอึดอย่างเดียว ต้องรู้ด้วยว่าโฟกัสเปลี่ยนมั้ย ต้องรู้ว่าวิชาไหนสำคัญ อย่าไปมุเรียนวิชาที่ไม่สำคัญ เวลามันมีจำกัด ใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ขวนขวายในการสร้าง aim แต่ปล่อยวางในผล จะไม่เครียดเลย และจะทำได้ดีด้วย”


09-09-2011 01:50:33
ระดับการศึกษา